องค์ประกอบแห่งความเป็นเลิศของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบแห่งความเป็นเลิศของสถาบันวิชาการ
ป้องกันประเทศ และ ๒) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาองค์ประกอบแห่งความเป็นเลิศของสถาบันวิชาการ
ป้องกันประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และระบบราชการ ๔.๐ วิธีการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Method)
แบบแผนเชิงอธิบาย แบ่งการวิจัยเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ การวิจัยเชิงปริมาณ และระยะที่ ๒ การวิจัยเชิงคุณภาพ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณได้จากนายทหารสัญญาบัตรของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ จำนวน ๒๔๘ คน
ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน ๙ คน และการสนทนากลุ่ม จำนวน ๗ คน จากผู้เชี่ยวชาญ
ด้านยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบราชการและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจาก กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามเพื่อการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และแนวคำถามสำหรับ
การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบแห่งความเป็นเลิศของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประกอบด้วย ๑) การนำ
องค์การ ๒) การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ๓) การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ๔) การวัด
การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ ๕) การม่งุเน้นบุคลากร ๖) การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ ๗) ผลลัพธ์การดำเนินการ
โดยโมเดลมีความเป็นตัวแทนและสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า แผนปฏิบัติราชการ
ของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่ง
เชื่อมโยงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และระบบราชการ ๔.๐ โดยมีข้อเสนอแนะในการวิจัยด้วย
การปรับปรุงการบริหารทรัพยากรบุคคล การใช้หลักธรรมาภิบาล การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ตลอด
กระบวนการทำงาน เพิ่มประเด็นยุทธศาสตร์ตามตัวชี้วัดของPMQA ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการก้าวสู่การเป็น
องค์การที่มีขีดสมรรถนะสูงได้ดียิ่งขึ้น
Article Details
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงกลาโหม. (๒๕๔๕). คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๒๒๐/๔๕ เรื่อง นโยบายด้านการศึกษา กระทรวงกลาโหม.
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕.
กองทัพไทย. (๒๕๕๑). คำสั่งกองทัพไทย (เฉพาะ) ที่๕๕/๕๑ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกองทัพไทย. ๑๘ เมษายน ๒๕๕๑.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (๒๕๔๒). โมเดลลิสเรล สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ ๓). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (๒๕๕๕). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, ๒(๑), ๖๘-๗๔.
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๖๒. (๒๕๖๒, ๓๐ เมษายน).
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก, หน้า ๒๕๓-๒๕๖.
พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.๒๕๖๐. (๒๕๖๐, ๓๑ กรกฎาคม) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๗๙ ก,
หน้า ๑-๑๒.
พระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๘๐. (๒๕๖๑, ๑๓ ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๒ ก.
วรเดช จันทรศร. (๒๕๕๙). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ ๗). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
วิจารณ์ พานิช. (๒๕๔๙). การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ ๓). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล. (๒๕๕๘). การพัฒนายุทธศาสตร์องค์การที่มีขีดสมรรถนะสูงของสถาบันการศึกษาพยาบาล สังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สร้อยตระกูล (ติวยานนท์) อรรถมานะ. (๒๕๕๓). พฤติกรรมองค์การ; ทฤษฎีและการประยุกต์ (พิมพ์ครั้งที่ ๔). กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. (๒๕๔๘). คู่มือการจัด การความรู้: จากทฤษฎี
สู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บริษัทวิชั่น พริ้นท์ แอนด์ มีเดีย จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (๒๕๕๓). คู่มือคำอธิบายตัวชี้วัดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔. กรุงเทพฯ: วิชั่น พริ้นท์ แอนด์ มีเดีย จำกัด.
สุภางค์ จันทวานิช. (๒๕๕๗). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ ๒๒). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสรี ชัดแช้ม. (๒๕๔๗). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน CONFIRMATORY FACTOR ANALYSIS. วารสารวิธีวิจัยและ
วัดผลการศึกษา, ๒(๑).
เสาวภา เมืองแก่น. (๒๕๖๑). องค์ประกอบของการจัดการองค์การแห่งความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยเอกชนไทย.
วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, ๑๒(๒๘).
Blanchard, K. (2015). Leading at a Higher Level. Sixteenth Printing. Pearson Education LTD.
Byrne BM. (2010). Structural equation modeling with AMOS: Basic concepts, applications, and
programming (2th ed.). New York: Routledge.
Creswell, John W. (2014). Research design: qualitative, quantitative, and mixed methods approaches
(4th ed.). Chapter 10. Mixed Methods Procedures.
Cummings, T. G., & Worley, C. G. (2005). Organization Development & Change (9th ed.). South-Western
Cengage Learning.
De Waal, A. A. (2007). The Characteristics of High Performance Organization. Business Strategy Series,
(3), 179-185.
Hair, J. F., Black, W. C., Bain, B. J., Anderson, R. E., and Tatham, R. L. (2006). Multivariate data analysis
(6th ed.). Upper Saddle River. NJ: Pearson Education International. Joreskog, K. G., and Sorbom, D.
(1996). LISREL 8 user's reference guide. Chicago, IL: Scientific Software International. Mehrens, W.
and Lehmann, I. (1973). Measurement and Evaluation in Education and Psychology. New York:
Holt, Rinehart & Winston.
Holbeche, L. (2005). The High Performance Organization: Creating dynamic stability and sustainable
success.
Krejcie, R. V., & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Psycholological
measurement, 30(3), 607-610.
Lawler, E. (2001). Designing High Performance Organizations. Center for Effective Organizations,
Marshall School of Business University of Southern California.
Mayring, P. (2001). Qualitative content analysis. Forum Qualitative Social Research. Retrieved March 4,
, from http://qualitative-research.net/fqs/fqs-e/2-00inhalt-e.htm
McLean, G. N. (2006). Organization Development: Principles, Processes, Performance. San Francisco:
Berrett-Koehler
Miles, M. B., & Huberman, A. M. (1994). Qualitative data analysis (2nd ed). Thousand Oaks: SAGE
Publications.
Miller, L. (2001). The High-Performance Organization: An Assessment of Virtues And Values. The European
Bahá’í Business Forum.
Muldrow, T., Buckley, T. and Schay, B. (2002). Creating High-Performance Organizations in The Public
Sector. Human Resource Management, 41(3), 341-354.
Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.
Williamson, T., & Long, A. F. (2005). Qualitative data analysis using data display. Nurse Researcher,
(3), 7-19.