การศึกษากระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพเยาวชน

Main Article Content

อัจฉรา ชลายนนาวิน

บทคัดย่อ

การศึกษากระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมุ่งศึกษาวิเคราะห์การถอดกระบวนการเรียนรู้หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กและเยาวชนหญิงในสถานแรกรับบ้านธัญญพร อายุตั้งแต่ 14-18 ปี จำนวน 23 คน ใช้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสังเกตการณ์การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนเพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานในด้านกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนครอบคลุมทุกด้าน


ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเรียนรู้ของเยาวชนคือ 1) Preparation การเตรียมความพร้อมในเรื่องสถานที่ลงปฏิบัติที่สอดคล้องกับความต้องการและความรู้พื้นฐานของเด็กและเยาวชนเป็นการต่อยอดจากองค์ความรู้เดิมให้เห็นภาพและเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น 2) Active Participation การลงศึกษาดูงานเชิงปฏิบัติและมีส่วนร่วมที่ต้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และสนับสนุน เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ซักถามข้อสงสัย และลงมือทดลองอย่างทั่วถึง 3) Post Simulation Discussion การสะท้อนเรื่องราวความรู้ที่ได้รับหลังจากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและความรู้สึกของเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดรูปแบบกระบวนการต่อไป จากการวิจัยพบกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนเป็นลำดับขั้นคือ 1) การทำความเข้าใจ (Understanding) 2) นำไปใช้ (Applying) 3) การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ (Analyzing) 4) การสร้างสิ่งใหม่และความคิดสร้างสรรค์ (Creating)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2529). วิสาหกิจขนาดย่อม. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม.

กองคุ้มครองสวัสดิภาพและสร้างเสริมคุณภาพชีวิต. (2561). แผนงานและวิธีการคุ้มครองเด็ก. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์

, จาก http://www.bsws.go.th/file_05112018template62/5.pdf

จตุพร เสถียรกุล. (2554). บุคลิกการเป็นผู้ประกอบการ ภูมิความรู้ความชำนาญ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจและความสำเร็จ

ในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการประเภทธุรกิจร้านยาคุณภาพในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ.

ธีรยุส วัฒนาศุภโชค. (2542). การบริหารเชิงกลยุทธ์และการแข่งขัน. กรุงเทพฯ: คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย. (2561). ศุภนิมิตฯ จัดกิจกรรมรณรงค์สาธารณะ ‘ยุติความรุนแรงต่อเด็ก-Beyond

the Boundary’. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563, จาก https://www.worldvision.or.th/tx_activities_

evacnov2018.html

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก (2562). พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563, จาก

https://www.thaichildrights.org/articles/article-laws

ยุทธดนัย สีดาหล้า. (2550). ถอดบทเรียน...ไม่ยากอย่างที่คิด. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563, จาก http://newsser.fda.

moph.go.th/rumthai/userfiledownload/asu96dl.pdf

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร. (2561). สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563. จาก

https://www.facebook.com/ThanyaphonReceptionHomeforGirls/

สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. (2558). ผลกระทบจากการถูกกระทำความรุนแรงในผู้หญิง. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์

, จาก https://www.facebook.com/THAIDMH/posts/330433133793576/

สสส. (2556). ครอบครัวสร้างสัมพันธ์ลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563, จาก https://

www.thaihealth.or.th/Content/2564

อัจฉรา ชลายนนาวิน. (2562). ถอดบทเรียนหลักสูตรพลังใจในมือคุณ. กรุงเทพฯ: ปตท.

Ketterman, S. (2019). Form and Function. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563, จาก https://uxdesign.cc/@shanejketterman

Kilby, P. (1971). Entrepreneurship and Economic Development. NY: The Free Press.

Roberg, A. (1965). Foundation for a general strain theory of crime and delinquency. Primatology. 34 (1995).

Sexton & Bowman-Upton. (1991). Entrepreneurship: creativity and growth. Michigan: Macmillan.

Sharma & Chrisman, (1999). Toward A Reconciliation of the Definitional Issues in the Field of Corporate

Entrepreneurship. US: Research Gate.

Thorensen, S. (2015). Violence against children, later victimization, and mental health: a cross-sectional

study of the general Norwegian population. Psychotraumatol: USA.

United Nation. (2016). Sustainable Development Goal’s. USA: United Nation.

World Health Organization. (2016). World Health Statistics 2016. USA: World Health Organization.