การศึกษาความสัมพันธ์ของแรงจูงใจกับการถ่ายโอนความรู้ของพนักงานก่อนเกษียณอายุ กรณีศึกษาบริษัทในกลุ่มสมบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นด้านปัจจัยแรงจูงใจของพนักงานก่อนเกษียณอายุ 2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นในการถ่ายโอนความรู้ของพนักงานก่อนเกษียณอายุ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยแรงจูงใจของพนักงานกับการถ่ายโอนความรู้ของพนักงาน การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป ปัจจัยแรงจูงใจ และการถ่ายโอนความรู้ของพนักงาน มีค่าความเที่ยงเชิงเนื้อหา (IOC) เท่ากับ 0.99 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ พนักงานก่อนเกษียณอายุ 5 ปี ของบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 102 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Average) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ One-way ANOVA, F-test และสถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson Correlation)
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 83.33 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 51.96 ระดับตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นระดับ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ร้อยละ 41.18 ระยะเวลาในการทำงานส่วนใหญ่ อยู่ที่ 11-20 ปี คิดเป็น ร้อยละ 39.22 และปีที่เกษียณส่วนใหญ่ จะเป็นปี พ.ศ.2567 คิดเป็นร้อยละ 38.24 พนักงานก่อนเกษียณอายุของบริษัทในกลุ่มสมบูรณ์ ที่มีระดับตำแหน่งต่างกันมีการถ่ายโอนความรู้ต่างกัน ส่วน เพศ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการทำงาน และปีที่เกษียณมีการถ่ายโอนความรู้ไม่แตกต่างกัน และปัจจัยแรงจูงใจมีความสัมพันธ์กับการถ่ายโอนความรู้ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน ความสำเร็จในการทำงาน การได้รับการยอมรับ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และค่าตอบแทน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน มีความสัมพันธ์กับการถ่ายโอนความรู้ ในรูปแบบระบบพี่เลี้ยง มากที่สุด
Article Details
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
กมลพร กัลยาณมิตร. (2559). แรงจูงใจ 2 ปัจจัย พลังสู่ความสำเร็จ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี.
ใจชนก ภาคอัต. (2557). การจัดการความรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ณัฐวัตร เป็งวันปลูก. (2560). ปัจจัยจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ของข้าราชการทหารประจำสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 (สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
บุญดี บุญญากิจ และคณะ. (2549). การจัดการความรู้ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ ครั้ง ที่ 3). กรงุ เทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.
ปฐมวงค์ สีหาเสนา. (2557). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะอำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี (รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน).มหาวิทยาลัยบูรพา.
มนัส ชูผกา. (2558). การพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดความรู้ในอุตสาหกรรมโรงสีข้าว (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
วีรยุทธ วาณิชกมลนันทน์. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงาน บริษัทสยามกลาสอินดัสทรี จำกัดโรงงานอยุธยา. (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วัลลภัช สุขสวัสดิ์. (2560). การวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 1). พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุรีโย กัณหา. (2558). การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ:์ กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตเครือ่ งจกั รอตุ สาหกรรมอาหาร.(วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนางานอุตสาหกรรม). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อภิญญา ขอพรกลาง, แววตา เตชาทวีวรรณ, และจุฑารัตน์ ศราวณะวงศ์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับกระบวนการจัดการความรู้ของสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เอกชัย คนคิด และชลภัสส์ วงษ์ประเสริฐ. (2559). ปัจจัยที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการถ่ายโอนความรู้ของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศ). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อำนาจ มาวุฒิ. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการถ่ายโอนความรู้สู่สังคมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ (รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.