การกำหนดคุณลักษณะเรือของกองทัพเรือเพื่อปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเลไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกำหนดคุณลักษณะของเรือผิวน้ำที่ต้องการ สำหรับดำเนินบทบาทในการเป็นหน่วยปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ซึ่งจะทำให้กองทัพเรือมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจ สอดคล้องกับแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ และแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ทั้งนี้ได้นำกระบวนการคิดที่นำไปสู่แผนการจัดหากำลังรบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎียุทธศาสตร์และการกำหนดกำลังรบมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการวิจัย และใช้ทฤษฎีโลกาภิวัตน์อธิบายถึงที่มาของการกำหนดยุทธศาสตร์ โดยเป็นการวิจัยเชิงพรรณนาด้วยการศึกษาเอกสาร สภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เทคโนโลยี การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นักวิชาการที่ทำการศึกษาผลกระทบจากน้ำมันรั่วไหล และผู้มีความรู้ด้านการกำหนดคุณลักษณะเรือ
ผลการวิจัยพบว่า กระแสโลกาภิวัตน์ได้ก่อให้เกิดความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นทั่วโลก พร้อมทั้งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซี่งรวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มาจากน้ำมันรั่วไหลด้วย โดยประเทศไทยยังคงมีโอกาสเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลอยู่เสมอแต่กองทัพเรือในฐานะหน่วยงานที่ต้องทำหน้าที่ปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเล กลับมีความพร้อมในการรับมือเพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเครื่องมือ และเรือมีจำนวนน้อย ไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลในทะเล ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการปรับปรุงเรือบางประเภทของกองทัพเรือให้มีขีดความสามารถด้านการขจัดคราบน้ำมันบางประการเพิ่มขึ้น และในระยะยาว คือ การจัดหาเรือผิวน้ำใหม่ ซึ่งเรือที่ได้จะต้องมีคุณลักษณะที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า อเนกประสงค์มีขีดความสามารถที่จำเป็น และรองรับการปฏิบัติการได้หลายภารกิจ อย่างไรก็ตามคุณลักษณะเรือที่ได้ยังคงเป็นแบบความคิดรวบยอดที่ไม่เจาะลึกลงไปถึงรายละเอียดทางเทคนิค
Article Details
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2553). พื้นที่เสี่ยงต่อน้ำมันรั่วไหลในเขตทางทะเลของประเทศไทย. สืบค้นจาก http://www.mkh.in.th/index.php?option=com_content&view=article&id=277&Itemid=235&lang=th
กรมเจ้าท่า. (2562). สถิติน้ำมันรั่วไหล ระหว่างปี พ.ศ.2516-2560.
กองทัพเรือ, กรมยุทธการทหารเรือ. (2560). ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.2560-2579. กรุงเทพฯ: กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ.
คณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน. (2545). แผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: กระทรวงคมนาคม.
บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด. (2563). เรือป้องกันและขจัดคราบน้ำมันแบบอเนกประสงค์.
“พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” (2562, 12 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 30 ก.
“ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580)” (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก. หน้า 1-71.
เย็นจิตร ถิ่นขาม. (2553). การพัฒนาและโลกาภิวัตน์: จุดจบของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. สืบค้นจากhttps://www.gotoknow.org/posts/358056
สิทธินันท์ มานิตกุล. (2557). การจัดตั้งองค์กรรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รายงานการศึกษาส่วนบุคคลหลักสูตรนักบริหารการทูต รุ่นที่ 6 ปี 2557). สืบค้นจาก http://www.mfa.go.th/dvifa/contents/filemanager/files/nbt/nbt6/IS/IS6027.pdf
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ. (2558). นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2558-2564). กรุงเทพฯ: (ม.ป.พ.).
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ. (2558). แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พ.ศ.2558-2564). กรุงเทพฯ: (ม.ป.พ.).
เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา. (2554). โลกาภิวัตน์ บรรษัทข้ามชาติ บรรษัทภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมของบรรษัท (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Fingas M., (2010). Oil Spill Science and Technology. Kidlington. U.K.: Gulf Professional.
Fingas M., and Brown, C. E. (2018). A Review of Oil Spill Remote Sensing. Sensors, 18(Special), 91-108.
Liotta P. H., and Lloyd, R. M. (2005). From Here to There-The Strategy and Force Planning Framework. In Naval War College Review, 58, 120-137.
Owens, M. T. (2007). Strategy and the Strategic Way of Thinking. In Naval War College Review, 60,111-124.