การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันเพื่อการพัฒนาสถาบันการบินพลเรือนสู่ความเป็นเลิศ

Main Article Content

ปิยะ อาจมุงคุณ
อุษณากร ทาวะรมย์
กิจฐเชต ไกรวาส

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยตามขั้นตอนการปฏิบัติงานการบริหารสู่ความเป็นเลิศของสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และเพื่อตรวจสอบความเป็นตัวแทนขององค์ประกอบแห่งความเป็นเลิศของ สบพ. กับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 445 คน จากผู้บริหาร หรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้บริหารรองผู้ว่าการ หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างาน ครูการบินและพนักงานของ สบพ. ทั้งหมดศิษย์ปัจจุบันที่กำลังศึกษาอยู่ที่ สบพ. ทั้งภาคพื้น และภาคอากาศ และศิษย์เก่าที่จบการศึกษาจาก สบพ. ภายใน 15 ปี โดยสุ่มจากประชากรทั้งหมด 19,697 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามเพื่อการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) จำนวน 57 ข้อ และใช้โปรแกรมสำเร็จรูป LISREL ในการวิเคราะห์ข้อมูล


          ผลการวิจัย พบว่า องค์ประกอบของ สบพ. สู่ความเป็นเลิศ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลักที่สำคัญ ได้แก่ 1) องค์ประกอบทิศทางของ สบพ. 2) องค์ประกอบบุคลากรทางการศึกษา 3) องค์ประกอบกระบวนการจัดการศึกษา 4) องค์ประกอบปัจจัยและบรรยากาศที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ 5) องค์ประกอบระบบบริหารจัดการของ สบพ. 6) องค์ประกอบภาวะผู้นำ (มี 6 ตัวแปรสังเกตได้)


          ผลการวิเคราะห์การตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลองค์ประกอบเชิงยืนยันแบบจำลององค์ประกอบของการพัฒนาสถาบันการบินพลเรือนสู่ความเป็นเลิศกับข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า ค่าของระดับความกลมกลืนค่าสถิติ Chi-Square (χ2) = 708.28, df = 676, p-value = 0.189,RMSEA = 0.010, SRMR = 0.028, CFI = 1.00, GFI = 0.94 และการตรวจสอบความเชื่อมั่นรวมของตัวแปรแฝง (Composite Reliability: CR) และค่าเฉลี่ยความแปรปรวนที่สกัดได้ (Average Variance Extracted: AVE) พบว่า ค่าเชื่อมั่นรวมของตัวแปรแฝง (CR) มีค่าสูงสุดเท่ากับ 0.98 และมีค่าต่ำสุดเท่ากับ 0.95 แสดงว่า ตัวแปรแฝงแต่ละตัวสามารถอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรสังเกตได้อย่างเป็นเอกภาพดี การประเมินโมเดลการวัดพบว่า ตัวแปรแฝงทั้งหมดมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ แสดงว่ารูปแบบ โมเดลองค์ประกอบเชิงยืนยันแบบจำลององค์ประกอบของ สบพ. สู่ความเป็นเลิศกับข้อมูลเชิงประจักษ์มีความสอดคล้องถูกต้องมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้และสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีของการวิจัย

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ลดาวรรณ บุญล้อม. (2553). ลักษณะขององค์การแห่งความเป็นเลิศ. สารนิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ). คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. กรุงเทพฯ.

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ. (ม.ป.ป.). คู่มือระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ. กรุงเทพฯ:กระทรวงการคลัง.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2557). เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ.2558. กรุงเทพฯ:บริษัท วิชั่น พริ้นท์ แอนด์ มีเดีย จำกัด.

De Waal, A. (2012). Characteristicsofhigh performance organisations. Journal of Management Research,4 (4), 39-71.

De Waal, A., Peters, L., and Broekhuizen, M. (2017). Do different generations look differently at high performance organizations?. Journal of Strategy and Management, 10(1), 86-101.

George, D., and Mallery, P. (2010). SPSS for Windows step by step: A simple guide and reference,17.0 update (10th ed.). Boston: Pearson.

Hair et al., (2014). Multivariate data analysis (6th ed.). NJ: Pearson Education International.

Kline,R.B. (2005). Principles and practice of structural equation modeling (2nd ed.). New York: Guilford.

Van Assen, M. F., Van den Berg, G., and Pietersma, P. (2009).Key management models: The 60+ models every manager needs to know (2nd ed.). Harlow, UK: Prentice Hall, Financial Times.

Yadav, N., and DeWaal, A. (2020). Comparison of Indian with Asian organizations using the high performance organization framework: An empirical approach. Journal of Transnational Management, 25(3). Retrieved from https://www.tandfonline.com/doi/abs/10.1080/15475778.2020.1770016?journal Code=wtnm20