เรือนจำสุขภาวะมิติใหม่ราชทัณฑ์ไทยต่อความมั่นคงของสังคม: ปฏิสัมพันธ์ของการจัดการเชิงสุขภาวะของผู้ต้องขัง “กะเทย” และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

Main Article Content

ใจเอื้อ ชีรานนท์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอปฏิสัมพันธ์ของการจัดการเชิงสุขภาวะในเรือนจำระหว่างผู้ต้องขังกะเทยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการจัดการเชิงสุขภาวะในเรือนจำที่เหมาะสมกับผู้ต้องขังกะเทย ภายใต้แนวคิดเรือนจำสุขภาวะซึ่งเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่สอดคล้องมาตรฐานสากล โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ตามแนวคิดปรากฏการณ์วิทยา เป็นการศึกษาประสบการณ์ชีวิตที่บุคคลได้ประสบมาใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบไม่เป็นทางการประกอบการสังเกตแบบมีส่วนร่วม เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 2 กลุ่ม คือ ผู้ต้องขังกะเทยจำนวน 7 คน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจำนวน 5 คน แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาประกอบไปด้วยแนวคิดความหลากหลายทางเพศ แนวคิดที่่เกี่ยวข้องกับสังคมผู้ต้องขังและสัมพันธภาพเชิงอำนาจ แนวคิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ เป็นต้น


ผลการศึกษาพบว่าองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในเรือนจำ คือ มิติของความเป็นมนุษย์ เนื่องจากเรือนจำมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง โดยมีกลุ่มบุคคลสำคัญสองกลุ่มคือ “ผู้ต้องขัง” และ “เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ” การจัดการเชิงสุขภาวะในเรือนจำจะเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ต้องขังนั่นเอง นอกจากนี้ ความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นความหลากหลายและความละเอียดอ่อนทางเพศของผู้ต้องขังกะเทยที่มีความแตกต่างกับผู้ต้องขังชายและผู้ต้องขังหญิงจะส่งผลต่อปฏิสัมพันธ์ของบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะนำมาสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมราชทัณฑ์. (2536). คำสั่งเรื่องแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ การควบคุมผู้ต้องขังชายที่แปลงเพศเป็นหญิงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมผู้ต้องขังชายที่แปลงเพศเป็นหญิง.

_______. (2559). ห้าก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2561, จาก http//www.correct.go.th/inctrad.fivesteps.html

กฤตยา อาชวนิจกุล, และกุลภา วจนสาระ. (2560). การขับเคลื่อน ‘คุกไทย’ สู่ ‘เรือนจำสุขภาวะ’. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เดือนตุลา.

ฐิติยา เพชรมุนี. (2557). การเปรียบเทียบการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในและนอกเรือนจำของกลุ่มประเทศอาเซียน (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย.

นัทธี จิตสว่าง. (2541). หลักทัณฑวิทยา : หลักการวิเคราะห์ระบบงานราชทัณฑ์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพิบูลสงเคราะห์กรมราชทัณฑ์.

พัชรินทร์ คมขำ. (2551). ความต้องการดููแลสุขภาพของผู้ต้องขัง (วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัว). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ.

มนัส เกิดบัว. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังเบี่ยงเบนทางเพศในเรือนจำพิเศษพัทยา ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุุรี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุุรี.

สุไลพร ชลวิไล. (2550). เพศไม่นิ่ง: ตัวตน เพศภาวะ เพศวิถีในมิติสุขภาพ. นครปฐม: โครงการจัดตั้งสำนักงานศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2550). พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2561,จาก http://www.dms.go.th/backend//untent/content_file/information_Center/Attach/25621124013609AM_17.pdf

Atabay, T. (2009). Handbook on Prisoners with Special needs. New York: United Nations.

Erving Goffman. (1989). Goffman’s concept of the Total Institution : Criticism and Revisions. New York: Springer.

Panal Reform International. (2559). ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ฉบับปรับปรุง (ข้อกำหนดแมนเดลา) คู่มือฉบับย่อ [Short Guide to the Nelson Mandela Rules (Revised Standard Minimum Rules)] (สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย, ผู้แปล). กรุงเทพฯ.

WHO. (2011). Health System : Improving Performance. Geneva: World Health Organization.