ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์ ความพึงพอใจ และความผูกพันต่อองค์กรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

Main Article Content

กรกนก วงษ์สุวรรณ
ศรัณย์ธร ศศิธนากรแก้ว
วราพรรณ อภิศุภะโชค

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะทางประชากร การเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์ ความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 2) ศึกษาความแตกต่างระหว่างการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหม จำแนกตามลักษณะทางประชากรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 3) ศึกษาความแตกต่างระหว่างความผูกพันต่อองค์กร จำแนกตามลักษณะทางประชากรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหม และความพึงพอใจในสื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหม 5) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในสื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหม และความผูกพันต่อองค์กรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 400 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Sampling)โดยแบ่งตามระดับหน่วยงานของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นจะใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) ในการเก็บข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการสอบถาม ทำการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบสมมติฐานการวิจัยด้วยการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานโดยใช้สถิติ t-test, One-Way ANOVA และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5


ผลการวิจัยพบว่า 1) ลักษณะทางประชากรของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมีระดับการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 ระดับความพึงพอใจในสื่อประชาสัมพันธ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.10 และระดับความผูกพันโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.35 2) ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่ต่างกันมีการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์แตกต่างกัน 3) ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่ต่างกันมีระดับความผูกพันต่อองค์กรแตกต่างกัน 4) การเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์มีความสัมพันธ์ในระดับสูงมากในทิศทางบวกกับความพึงพอใจในสื่อประชาสัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 5) ความพึงพอใจในสื่อประชาสัมพันธ์มีความสัมพันธ์ในระดับสูงในทิศทางบวกกับความผูกพันต่อองค์กร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

ศรัณย์ธร ศศิธนากรแก้ว, ภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10900

อาจารย์ที่ปรึกษา

วราพรรณ อภิศุภะโชค, ภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10900

อาจารย์ที่ปรึกษา

เอกสารอ้างอิง

กรณิการ์ พีรานนท์. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในการทำงาน การสื่อสารภายในองค์กรและความผูกพัน

ในองค์กร กรณีศึกษา บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

เกษม จันทร์น้อย. (2537). สื่อประชาสัมพันธ์. กรุงเทพฯ: รุ่งแสงการพิมพ์.

ฉลองศรี พิมลสมพงศ์. (2548). การวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยว (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ณัฐกร สงคราม. (2553). การออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันทมาส เกตุแก้ว. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการสื่อสารในการประชาสัมพันธ์ภายในกับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

บุษบา สุธีธร . (2531). การผลิตงานประชาสัมพันธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ประชาชน จำกัด.

ปรมะ สตะเวทิน. (2533). การสื่อสารมวลชน: กระบวนการและทฤษฎี. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรมะ สตะเวทิน. (2546). หลักนิเทศศาสตร์. กรุงเทพฯ: รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์.

พิรงรอง โชติธนสกุล. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อความสุขในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ (วารสารศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิรัช ลภิรัตนกุล. (2546). การประชาสัมพันธ์ฉบับสมบูรณ์ (พิมพ์ครั้งที่10). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2536). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: แมสพับลิชชิ่่ง.

วิเชียร เกตุสิงห์. (2537). คู่มือการวิจัย การวิจัยเชิงปฏิบัติ. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.

ศรัญญา บุญญาวรกุล. (2558). ความคาดหวัง การเปิดรับ และความพึงพอใจที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์ภายในของพนักงานโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (วารสารศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ศิริพร สอนไชยา. (2557). ปัจจัยด้านพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ในการทำงานของบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

Allen, N. J., & Meyer, J.P,. (1990). The Measurement and Antecedents of Affective,Continuance and Normative Commitment to the Organization. Journal of Occupational Psychology, 63, 1-18.

Buchanan, B. (1974). Building Organizational Commitment: The Socialization of Managers in work Organizations. Administrative Science Quarterly. 19(4), 533-546.

Eisenberger, R., Fasolo, P., and Davis-Lamastro, V. (1990). Perceived organizational support and employee diligence, commitment, and innovation. Journal of Applied Psychology.

Katz, E., Blumler, J., & Gurevitch, M. (1974). Utilization of Mass Conmunication by The Individual. In Blumler, J. and Katz, E. (eds.) The Uses of Mass Communication: Current Perspectives on Gratificarions Research. CA. Sage: Beverly Hills.

Steers R. M. (1977). Antecedents and outcomes of organizational commitment. Administrative ScienceQuarterly, 22(1). 46-56.