แนวทางป้องกันการตกเป็นเหยื่อถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ของนักเรียนหญิง โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานการณ์ รูปแบบ และวิธีการตกเป็นเหยื่อการถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ของนักเรียนหญิงโรงเรียนช่างฝีมือทหาร 2) ผลกระทบจากการตกเป็นเหยื่อการถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ของนักเรียนหญิงโรงเรียนช่างฝีมือทหาร และ 3) แนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อการถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ของนักเรียนหญิงโรงเรียนช่างฝีมือทหาร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกนักเรียนหญิงจำนวน 15 คน และอาจารย์โรงเรียนช่างฝีมือทหารจำนวน 3 คน ทำการวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนหญิงส่วนใหญ่เคยตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศออนไลน์ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram ในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอลามก การชักชวนทางเพศ และการคอมเมนต์ในลักษณะล่วงละเมิด ผลกระทบที่พบมีทั้งด้านจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล หวาดระแวง และรู้สึกอับอาย รวมถึงด้านสังคม เช่น ไม่ไว้วางใจคนรอบข้างหรือไม่กล้าสื่อสารกับผู้อื่น ขณะที่ผลกระทบด้านการเรียนมีไม่มากนัก แนวทางการป้องกันตนเองส่วนใหญ่เป็นการใช้กลยุทธ์ระดับปัจเจก เช่น การบล็อกผู้คุกคาม การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดการสนับสนุนในระดับโครงสร้างจากโรงเรียนหรือครอบครัว แม้ระบบวินัยแบบทหารจะส่งผลให้นักเรียนมีความเข้มแข็งทางจิตใจ แต่ก็สร้างข้อจำกัดต่อการเปิดเผยปัญหา ทำให้บางรายรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ผลการวิจัยเสนอว่าควรมีการอบรมบุคลากรในสถานศึกษา สร้างช่องทางรับฟังที่ปลอดภัย และสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างเข้าใจเพื่อสร้างระบบป้องกันเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2567). การป้องกันการคุกคามทางเพศต่อเยาวชนระดับมัธยมศึกษาภายในสถานศึกษา. . https://www.oja.go.th/wp-content/uploads/2024/03/CP5-รัายงานก้ลุ่มช่่อพิกุ้ล.pdf
ณ์ชัยศักดิ์ จุณณะปิยะ. (2566). การตลาดสื่อสังคมออนไลน์. Journal of Administrative and Management Innovation, 11(1), 64-76.
ณัฐพล บุญทอง. (2565). ประสบการณ์การคุกคามทางเพศบนเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ และแนวทางป้องกัน การศึกษาเชิงคุณภาพแบบผสานวิธี [ปรัญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พรรษาวดี คล้อยระยับ. (2563). การป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ [ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรษาวดี คล้อยระยับ และ อุนิษา เลิศโตมรสกุล. (2564). การป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย, 17(1), 33-47.
ภคพร เพชรสังข์ และ อัจฉรียา ชูตินันทน์. (2566). ปัญหาการคุกคามทางเพศเด็กบนโลกออนไลน์. วารสารนิติศาสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, 12(1), 65-78.
รัตนาภรณ์ โปปัญจมะกุล. (2562). การศึกษารูปแบบและวิธีการโต้ตอบต่อการถูกคุกคามทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษา [ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
วีรวิชญ์ เลิศรัตน์ธำรงกุล. (2564). การกลั่นแกล้งกันในพื้นที่ไซเบอร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น: ความซุกซน วิธีการจัดการปัญหา และพฤติกรรมเสี่ยง. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(1), 275-289.
ศรีดา ตันทะอธิพานิช. (2565). คู่มือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เด็กและเยาวชนสู้ภัยออนไลน์. ทีเอส พริ้นติ้ง มีเดีย.
องค์การยูนิเซฟ, ศูนย์วิจัยอินโนเซนติ. (2565). Disrupting Harm in Thailand: หลักฐานการแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์. End Violence Against Children.
อัจฉริยา วงษ์อินทร์จันทร์, จุฬาภรณ์ ตั้งภักดี, ศุภศักดิ์ วงษ์อินทรจันทร์, สุรีพร เกียรติวงศ์ครู และ สุจิตรา คงกันกง. (2564). ปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียนที่เข้าถึงสื่อออนไลน์: มุมมองพ่อแม่วัยแรงงานยุคไทยแลนด์ 4.0. พยาบาลสาร, 48(4), 187-201.
อัมพร ธำรงลักษณ์. (2552). การคุกคามทางเพศในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร: สาเหตุและข้อเสนอนโยบาย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 1(1).
Aghadiuno, P. C., Afukidang, M. A., & Sylvester, E. A. (2024). Influence Of Social Media and Information Behaviour of Postgraduate Students in Federal University of Lafia, Nasarawa State, Nigeria. Library Philosophy and Practice, Article 8239. https://digitalcommons.unl.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=15856&context=libphilprac
Ashar, L. C. (2024, February 5). Social Media Impact: How Social Media Sites Affect Society. American Public University.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.
Bengtsson, S., & Johansson, S. (2022). The meanings of social media use in everyday life: Filling empty slots, everyday transformations, and mood management. Social Media+Society, 8(4).
Brownmiller, S. (1993). Against our will: Men, women, and rape. Ballantine Books.
Demetriou, C., & Silke, A. (2003). A criminological internet 'sting': Exploring the dynamics of cyber-paedophilia. The British Journal of Criminology, 43(2), 301-321.
Freud, S. (1923). The ego and the id. Hogarth Press.
Kohlberg, L. (1984). The psychology of moral development: The nature and validity of moral stages. Harper & Row.
Nastasi, B. K., & Schensul, S. L. (2005). Contributions of qualitative research to the validity of
intervention research. Journal of School Psychology, 43(3), 177-195.
National Center for Missing & Exploited Children. (2025). 2024 CyberTipline Report. https://www.missingkids.org/gethelpnow/cybertipline/cybertiplinedata?utm_source=chatgpt.com
Ningtyas, P. K., Widarti, H. R., & Parlan, P. (2024). Exploring the Use of Social Media in Science Learning Environments: A Systematic Literature Review. Journal of Science Learning, 7(2), 178-186
Powell, A., & Henry, N. (2017). Sexual violence in a digital age. Palgrave Macmillan.
Siegel, L. J. (2019). Criminology: The core (7th ed.). Cengage Learning.
Smart, C. (2013). Women, crime and criminology (Routledge revivals): A feminist critique. Routledge.