การบริหารจัดการอุทกภัย กรณีศึกษาเปรียบเทียบ: เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และตำบลดอนฉิมพลี จังหวัดฉะเชิงเทรา
คำสำคัญ:
ภัยพิบัติ, การบริหารจัดการอุทกภัยโดยชุมชน, ชุมชนต้นแบบการจัดการภัยพิบัติจากอุทกภัยบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีความมุ่งหมายที่จะศึกษากระบวนการจัดการอุทกภัย ผ่านบทบาทหน้าที่ของ เหล่าตัวแสดงทั้งทางนโยบายและการจัดการที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา พร้อมกับศึกษาความแตกต่างและปัจจัยที่ส่งผลให้การบริหารจัดการภัยพิบัติจากอุทกภัยในพื้นที่การศึกษาประสบผลสำเร็จ เพื่อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการพัฒนารูปแบบ การบริหารจัดการอุทกภัยของชุมชนต้นแบบที่ศึกษาให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต โดยใช้การวิจัย เชิงผสมผสานโดยอาศัยวิธีดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวแสดงที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 38 คน ประกอบกับการวิจัยเชิงปริมาณกับประชากรและกลุ่มตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 1,200 คน ผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่า การจัดการอุทกภัยทั้งสามพื้นที่มีความคล้ายคลึงกันในแง่รูปแบบการจัดการและการประสานความร่วมแรงร่วมใจ (Collaboration) ระหว่างตัวแสดง ในระดับปฏิบัตินั้นเป็นกระบวนการจัดการปัญหาแบบมีส่วนร่วมที่มุ่งเน้นการสอดคล้องของเป้าหมาย และแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยแต่ละขั้นตอนจะทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามแต่ภารกิจ ซึ่งพบว่า เทศบาลนครปากเกร็ดมีการจัดการภัยพิบัติที่มีผู้นำ (Leadership) เป็น ผู้ขับเคลื่อนหลักสำคัญในการดำเนินงานเพื่อประสานทรัพยากรต่าง ๆ เข้ามาในพื้นที่ ในขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่มีรูปแบบการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยการบูรณาการร่วมกันในการทำงาน โดยมีรูปแบบเครือข่ายการจัดการของหน่วยงานเป็นสำคัญ (Network Governance) เพื่อประสานสอดรับ กับปัญหาที่เกิดขึ้น สอดรับกับตำบลดอนฉิมพลีที่มีรูปแบบการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เน้นการสร้างทุนภายในของชุมชนเพื่อนำมาสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในรูปแบบเครือข่ายทางสังคม (Social Network) นอกจากนี้พบว่า ชุมชนมีลักษณะเป็นพลวัตร (Dynamic) ซึ่งมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แนวโน้มความร่วมแรงร่วมใจระหว่างตัวแสดงที่เกิดขึ้นในระดับเกิดภัยพิบัติ ในลักษณะการประสานการปฏิบัติร่วมกันเท่านั้น จะส่งผลให้การจัดการภัยพิบัติจากอุทกภัยไม่สามารถ ให้เกิดการบรรลุเป้าหมายทางการจัดการที่ต้องการให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจระหว่างตัวแสดงในระดับปฏิบัติอย่างแท้จริง ข้อเสนอแนะควรมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการจัดการภัยพิบัติของประเทศไทย โดยส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในทุกระดับ ควบคู่กับการปฏิรูประบบการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภัย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารผู้ตรวจการแผ่นดินถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารผู้ตรวจการแผ่นดินถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารฯ ก่อนเท่านั้น