เปิดแฟ้มเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดินทวงคืนพื้นที่โบราณสถาน
คำสำคัญ:
โบราณสถาน ขึ้นทะเบียน พระนครศรีอยุธยาบทคัดย่อ
จากกระแสของละครย้อนยุคเรื่องหนึ่งที่มีการใช้คำว่า “ออเจ้า” ซี่งถือเป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 2 ใช้แทนชื่อผู้ที่เราพูดด้วย ทำให้คนไทยหันมาให้ความสนใจประวัติศาสตร์ชาติไทยในสมัยอยุธยากันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากวัดร้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีจำนวนมากกว่า 400 แห่ง โดยมีการขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้จำนวน 133 แห่ง การบูรณปฏิสังขรณ์ให้กลับมาสมบูรณ์งดงามอย่างเดิมย่อมต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง จึงมิใช่ว่าทุกวัดจะได้รับการบูรณะเสมอไป วัดร้างที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว แต่ยังมิได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์จึงมีสภาพรกร้างเต็มไปด้วยต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมจนทั่วบริเวณ ซึ่งตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาวัดนั้น รวมทั้งที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และทรัพย์สินของวัดนั้นด้วย ปัจจุบันที่ดินหลายแปลงของวัดร้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกหน่วยงานของรัฐและเอกชนขออนุญาตเช่าจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อย่างไรก็ดีบางแปลงผู้เช่าไม่สามารถปฏิบัติตามวัตถุประสงค์แห่งการเช่าได้ครบถ้วนซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โบราณสถาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวประกอบกับข้อร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจากรเเผ่นดินจึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบการปฏิบัติของผู้เช่าว่าได้ทำให้โบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่ยังไม่มีการค้นพบต้องเสียหายหรือไม่
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารผู้ตรวจการแผ่นดินถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารผู้ตรวจการแผ่นดินถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารฯ ก่อนเท่านั้น