การริบทรัพย์สินของผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดกับความเป็นธรรมและมนุษยธรรม
คำสำคัญ:
ริบทรัพย์สิน, คดียาเสพติดบทคัดย่อ
โครงการศึกษาเรื่อง “การริบทรัพย์สินของผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดกับความเป็นธรรมและมนุษยธรรม (Fairness and Humanity of Assets Forfeiture in Drug Cases)” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อศึกษาแนวคิดที่มาของพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 เพื่อศึกษาว่าการริบทรัพย์สินตามาตรา 27 แห่ง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 เมื่อเป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ศาลสามารถริบได้หรือไม่ และริบได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งเพื่อเสนอแนวทางการริบทรัพย์สินตามาตรา 27 แห่ง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ที่คำนึงถึงหลักความเป็นธรรมและมนุษยธรรม โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ
ผลการศึกษา พบว่า จากแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการริบทรัพย์ สามารถกล่าวได้ว่าในการริบทรัพย์นั้น ทรัพย์ที่จะต้องถูกริบนั้นมี 4 ประเภท ได้แก่ 1) สิ่งต้องห้าม สินค้าต้องห้าม (ของเถื่อน) 2) ทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดทางอาญา ซึ่งหมายถึง ประโยชน์ รายได้ ทรัพย์สินทั้งหลายที่เกิดจากการประกอบการผิดกฎหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม 3) ทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบอาชญากรรม และ 4) ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับองค์กรหรือบริษัทของผู้กระทำผิด โดยในการริบทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดในปัจจุบันนั้นมีการใช้กันอยู่ 3 มาตรการ ได้แก่ 1) มาตรการริบทรัพย์สินทางแพ่ง 2) การริบทรัพย์สินทางอาญา และ 3) มาตรการริบทรัพย์สินทางบริหาร เป็นกระบวนการทางแพ่งผสมกับกระบวนการทางการปกครองหรือบริหาร
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา มีดังนี้
เชิงนโยบายและกฎหมาย 1) ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยให้มีการจำกัดขอบเขต เช่น คำว่า “ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” 2) ควรแก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาที่เจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงหรือผู้มีส่วนได้เสียที่สามารถร้องขอคืนทรัพย์สิน ในมาตรา 30 3) ควรปรับปรุงกฎหมายเพิ่มระดับมาตรฐานของภาระการพิสูจน์และหน้าที่นำสืบของโจทก์หรือพนักงานอัยการ 4) ควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยการจำกัดอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด กรณีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 285 และมาตรา 286 (เรื่องทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี) เชิงการบริหารจัดการ 5) หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตาม พระราชบัญญัติมาตรการปราบปรามฯ ควรกำหนดแผนงานเชิงบริหารจัดการ โดยมองสิทธิและความเป็นธรรมของประชาชนเป็นตัวตั้ง 6) ในกรณีที่เป็นที่ทราบอย่างแน่ชัดว่าทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ศาลสั่งริบนั้นเป็นของบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีโอกาสทราบว่าจะมีการกระทำความผิด พนักงานอัยการไม่ควรยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าว 7) พนักงานเจ้าหน้าที่ควรที่จะปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการประกาศแจ้งการริบทรัพย์สินในหนังสือพิมพ์รายวันที่จำหน่ายในท้องถิ่น 8) ควรขยายระยะเวลาการขอคืนทรัพย์สินและแจ้งประกาศในสื่อที่หลากหลายให้ทายาททราบ กรณีผู้ต้องหา จำเลยตายระหว่างดำเนินคดีเชิงการปฏิบัติงาน 9) ควรมุ่งเน้นการฝึกอบรมเสริมสร้างความตระหนักให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าใจถึงความสำคัญของสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล มีจริยธรรมของการทำงาน 10) ควรวางระเบียบหรือข้อกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการส่งมอบทรัพย์สินที่ยึดมาได้แก่พนักงานสอบสวน/พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 11) ควรพัฒนาเครื่องมือด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจสอบทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 12) ควรมีการจำแนกผู้ค้าในคดียาเสพติด เป็นรายเล็กและรายใหญ่ มีการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการยึดอายัดทรัพย์
เอกสารอ้างอิง
นราวรรณ พรมจรรย์. (2554). การริบทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, (นิติศาสตร์).
เนาวรัตน์ น้อยผล. (2536). การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยมาตรการริบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บัณฑิตวิทยาลัย, (นิติศาสตร์).
บุญญวิจักษณ์ เหล่ากอที. (2547). มาตรการทางกฎหมายในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมยาเสพติด. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามยาเสพติดกระทรวงยุติธรรม. ในเอกสารการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 2, ศูนย์การประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี, 6-7 กันยายน 2547.
มานิตย์ จุมปา. (2549). คำอธิบายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2540) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 พร้อมข้อเสนอสําหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550) (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: นิติธรรม.
วัฒนา ชั้นบุญ. (2540). การดำเนินคดีริบทรัพย์สินให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บัณฑิต-วิทยาลัย, (นิติศาสตร์).
สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด. (2548). รวมคำพิพากษาคดีตรวจสอบทรัพย์สิน. กรุงเทพฯ : สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม.
อนุชาติ คงมาลัย. (2558). (อัยการอาวุโส). พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และคำวินิจฉัยศาลฎีกา. กรุงเทพฯ: คลังสมองอัยการ.
Abadinsky, Howard. (1987). An introduction: Crime and Justice. U.S.A.:Nelson-Hall Publishers/Chicago.
Beccaria, Cesare. (1764). Of Crimes and Punishment. English translated by Jane Grigson, Reprinted by arrangements with Oxford University Press 1964.
Dery, Alice W. (2012). Overview of Asset Forfeiture. American Bar Association. Retrieved From http://www.americanbar.org/publications/blt/2012/06/ 02_dery.html
Dunn, Kyla. (2000). Reining in Forfeiture: Common Sense Reform in War on Drugs. Retrieved from www.cps.gov.uk/legal/s_to_u/sentencing_and_ancillary_ orders_applications/#a20
Ehlers, Scott. (1999) Senior Policy Analyst, POLICY BRIEFING: Asset Forfeiture. Drug Policy Foundation.
Guidance for prosecutors and investigators on their asset recovery powers under Section 2A of the Proceeds of Crime Act 2002.(2009) Retrieved from https://www.gov.uk/guidance/asset-recovery-powers-for-prosecutors-guidance-and-background-note-2009
Hinterseer, Kris. (2002). Criminal Finance: The Political Economy of Money Laundering In a Comparative Legal Context. Netherland: Kluwer Law International.
Miller, Mitchell J. (Editor-in-Chief) (2014). The Encyclopedia of Theoretical Criminology (1). U.S.A.: Wiley-Blackwell.
National Crime Prevention Institute. (1986). Understanding Crime Prevention. U.S.A.: Butterworth Publishers.
Worrall John L. (2016). Asset Forfeiture. Center for Problem-Oriented Policing, State University of New York at Albany, Retrieved from http://www.popcenter.org/Responses/asset_forfeiture/print/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ