การรู้เท่าทันสื่อของเด็กและเยาวชนภายใต้วาทกรรมความสวยในโฆษณาโทรทัศน์
คำสำคัญ:
การรู้เท่าทันสื่อ, วาทกรรมความสวย, โฆษณาโทรทัศน์บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกอบสร้างความหมายและการให้ความหมายของวาทกรรมความสวย และการรู้เท่าทันสื่อของเด็กและเยาวชนหญิงในฐานะผู้รับสารต่อวาทกรรมความสวยในโฆษณาโทรทัศน์ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการวิเคราะห์ตัวบทในโฆษณาที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ของสินค้าหรือบริการด้านความขาว ความผอม และความอ่อนเยาว์ (2) เป็นโฆษณาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง 3, 5, 7, 9 ที่ออกอากาศมากที่สุดระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ.2555 และดำเนินการสนทนากลุ่มกับเด็กและเยาวชนหญิง อายุระหว่าง 12-18 ปี จำนวน 48 คน ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 ในพื้นที่ 4 ภาคของประเทศไทย ผลการศึกษา พบว่า (1) การประกอบสร้างความหมายของวาทกรรมความสวยในโฆษณาเป็นพื้นที่ผลิตซ้ำวาทกรรมความสวยที่กำหนดมาตรฐานว่าสวยเท่ากับขาว ผอม และอ่อนเยาว์ นอกจากนี้วาทกรรมความสวยกระแสหลักยังปิดกั้นและกดทับความสวยรูปแบบอื่น (2) กลุ่มเด็กส่วนใหญ่นิยามความสวยเหมือนกับความสวยที่ถูกนำเสนอในโฆษณาโทรทัศน์ ในขณะที่กลุ่มเยาวชนส่วนใหญ่นิยามความสวยแตกต่างจากวาทกรรมความสวยกระแสหลักในโฆษณา (3) การรู้เท่าทันสื่อโฆษณา พบว่า เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสารได้ไม่แตกต่างกัน และมีความสามารถในการวิเคราะห์สาร โดยการแยกแยะองค์ประกอบของสื่อในการนำเสนอทั้งรูปแบบ เนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย และเทคนิคในการนำเสนอ นอกจากนี้ ยังสามารถประเมินความน่าเชื่อถือของโฆษณาได้ด้วย ข้อเสนอแนะ คือ ควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการรู้เท่าทันสื่อและการเท่าทันต่อการประกอบสร้างวาทกรรมในสังคมด้วยการพัฒนาหลักสูตรหรือโปรแกรมการรู้เท่าทันสื่อตามช่วงวัยของสื่อแต่ละประเภท
เอกสารอ้างอิง
เกศราพร บำรุงชาติ. (2550). การศึกษาเชิงเปรียบเทียบสาเหตุของการรู้เท่าทันสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 สังกัดกรุงเทพมหานคร ที่มีระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณและระดับการตระหนักรู้ตนเองแตกต่างกัน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
จันทิมา ปัทมธรรมกุล. (2550). วิเคราะห์การสร้างวาทกรรมความงามของโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่บำรุงผิว. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ทิพวรรณ ถาวรังกูร. (2553). ความรู้เท่าทันโฆษณาแฝงของผู้ชมรายการชิดหมอ ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ไทยรัฐออนไลน์. ห่วง! เด็กไทยติดเน็ต-สื่อใหม่หนึบสถิติพุ่งเผ้าจอ 8 ชั่วโมงต่อวัน. http:// www.thairath.co.th. (2557, 29 กันยายน).
นวพร สิงหพุทธางกูร. (2556). สัญญะ “ผู้หญิงยุคใหม่” ในโฆษณาแฝงบทความนิตยสาร Cosmopolitan ความเป็นผู้หญิงยุคใหม่: บริโภคนิยม. (การค้นคว้าอิสระ ศิลปะศาสตร-มหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์)
ปริตรตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล. (2551). เผยร่าง-พรางกาย : ทดลองมองร่างกานในศาสนา ปรัชญาการเมือง ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และมานุษยวิทยา. กรุงเทพฯ : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.
ปิยรัตน์ ปั้นลี้. (2545). กระบวนการลดความอ้วนของผู้หญิง : วาทกรรมการสร้างอัตลักษณ์ในวัฒนธรรมบริโภค. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรทิพย์ เย็นจะบก. (2552). ถอดรหัสลับความคิดเพื่อการรู้เท่าทันสื่อ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ปิ่นโต พับลิชชิ่ง.
พรทิพย์ สัมปัตตะวนิช. (2556). แรงจูงใจกับการโฆษณา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เมสิริณ ขวัญใจ. (2551). เด็กกับการรู้เท่าทันสื่อโทรทัศน์. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมสุข หินวิมาน. (2544). สื่อโฆษณาในมิติทางวัฒนธรรม. เอกสารประกอบการเสวนามานุษวิทยาสิรินธร. (อัดสำเนา).
เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์. (2540), การวิเคราะห์ระดับมีเดียจิตเตอเรซีของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุ่นใจ เจียมบูรณะกุล. (2549). วาทกรรม “ความสวย” และการต่อรองอัตลักษณ์วัฒนธรรมบริโภค. วารสารสังคมศาสตร์, 18(2), 134-167.
Davis, Kathy. (1995). Reshaping the female body: the dilemma of cosmetic surgery. New York : Routledge.
Potter, W.James. (2004). Media Literacy. The United States of America : The McGraw-Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ