การศึกษาเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มเด็กบริเวณชายแดนไทย-พม่า
คำสำคัญ:
ระบบคุ้มครองเด็ก, ตำบล, เด็กชายขอบบริเวณชายแดนไทยพม่าบทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มเด็กบริเวณชายแดนไทย-พม่า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มเด็กบริเวณชายแดนไทย-พม่า ใช้วิธีวิทยาทฤษฎีฐานรากเป็นแนวทางในการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กฯ ได้แก่ เงื่อนไขประการแรก บทบาทของผู้ประสานงานโครงการในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าผู้ประสานจะมาจากหน่วยงานใด แต่คุณลักษณะร่วมได้แก่ การสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย การแสดงถึงความตั้งใจในการดำเนินงานคุ้มครองเด็ก การทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นถึงความสำคัญของงาน และเป็นการร่วมทำงานคุ้มครองเด็กอย่างเป็นทางการและเป็นระบบ เงื่อนไขประการที่สองได้แก่ คุณสมบัติของวิทยากรซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์การทำงานคุ้มครองเด็ก และมีความเข้าใจวิถีชีวิตของ ผู้เข้าอบรม และทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้คำปรึกษากับหน่วยงาน จึงทำให้ระบบการคุ้มครองเด็กมีความต่อเนื่อง อีกทั้งวิทยากรสามารถให้คำแนะนำการทำงานในสถานการณ์ที่ท้าทายจึงทำให้การทำงานคุ้มครองเด็กในตำบลมีความครอบคลุมถึงกลุ่มเด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กที่ถูกทอดทิ้งมากขึ้น เงื่อนไขประการที่สาม วิสัยทัศน์ของผู้นำชุมชน กล่าวคือผู้นำชุมชนโดยเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างและบริหารชุมชนให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปฏิเสธมองมนุษย์ในฐานะฐานเสียง จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวส่งผลให้การทำงานคุ้มครองเด็กไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างคนไทยและคนชาติพันธุ์อื่น เงื่อนไขประการที่สี่ได้แก่ การประสานงานร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับอำเภอ และจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการทำงานในระดับตำบล และสร้างเครือข่ายทำงานคุ้มครองเด็กร่วมกัน
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. (2549). พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
ดวงพร เพชรคง. (2558). ปัญหาและอุปสรรคจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
นภาภรณ์ หะวานนท์ และคณะ. (2543). รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาเงื่อนไขความสำเร็จในการดำเนินงานของคณะกรรมการโรงเรียน.ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก. (2558). คู่มือสำหรับเด็กเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองเด็ก.เชียงราย.เอกสารอัดสำเนา.
วิศิษฐ์ ผลดก. (2554). การพัฒนาทีมสหวิชาชีพเพื่อคุ้มครองเด็กที่ถูกทารุณกรรมจังหวัดอุบลราชธานี. หลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
สำนักงานเขตประเวศ. (2558). ทะเบียนประเวศ.สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 สืบค้นจากhttp://tabianprawet.blogspot.com/2012/04/blog-post.html .
องค์การยูนิเซฟ. (2554). การวิเคราะห์สถานการณ์เด็กและสตรี พ.ศ. 2554.สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2558. สืบค้นจากhttp://www.unicef.org/thailand/tha/1046
องค์กรเอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแนล. (2556). รายงานการศึกษา ข้อเสนอการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กในพื้นที่เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. เสนอต่อ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ.
Green, M.Y. (2002). Minorities as majority: Disproportionality in child welfare and juvenile.Children’s Voice, November/December. Retrived 20 April 2015 from http://www.cwla.org/articles/cv0211minorities.htm
Naruemon et al. (2009). Participative Model of Child Protection in Northern Thailand. Thai J Nurs Res, 13, 216-225.
Roque and Erin. (2010). Building community within the community: Government-community partnerships in the District of Columbia’s child welfare system. Social Work Now. April, 8-13.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ