การใช้ระบบอัตโนมัติและทักษะแรงงานที่จำเป็นสำหรับซัพพลายเออร์ไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์
คำสำคัญ:
ระบบอัตโนมัติ, ทักษะ, ซัพพลายเออร์ไทยบทคัดย่อ
บทความนี้เขียนจากงานวิจัยเรื่อง “ความต้องการทักษะแรงงานของซัพพลายเออร์ไทยระดับ 1st และ 2nd เพื่อรองรับการใช้ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมยานยนต์ ” นำเสนอลักษณะการใช้ระบบอัตโนมัติ ทักษะแรงงาน และแนวทางการพัฒนาแรงงานให้พร้อมทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ จากการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ 16 ตัวแทนจาก 10 ซัพพลายเออร์ไทยและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์รายประเด็น พบว่า ระบบอัตโนมัติถูกนำมาปรับใช้กับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง งานที่มีลักษณะวิกฤต งานหนัก และงานทำซ้ำๆ ส่วนเหตุผลที่ซัพพลายเออร์ใช้ระบบอัตโนมัติ คือ เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและเพื่อทดแทนสภาวะการขาดแคลนแรงงาน โดยพบเงื่อนไข 4 อย่างที่สนับสนุนและเป็นอุปสรรคต่อการใช้ระบบอัตโนมัติ คือ การยอมเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของเจ้าของกิจการ ลักษณะของสินค้าที่ผลิต การปรับตัวยอมรับของคนงาน และความสามารถในการบูรณาการระบบ สำหรับทักษะที่จำเป็นแยกเป็นทักษะสำหรับคนงานสายการผลิตที่ต้องทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ แรงงานกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านช่าง ความแม่นยำในการทำงาน และความสามารถด้านภาษาอังกฤษ (การอ่าน) ทักษะสำหรับคนงานสายการผลิต มีทักษะที่หลากหลาย สามารถทำงานตาม work instruction มีทักษะการรายงานปัญหา และทักษะการควบคุมคุณภาพ ส่วนคนงานที่มีหน้าที่กำกับและควบคุมการใช้งานระบบอัตโนมัติจำเป็นต้องมีลักษณะพหุศาสตร์ของ 3 ทักษะผสมกัน คือ ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับไฟฟ้าเครื่องกล อิเล็กทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์เชิงกล นอกจากนั้น ยังต้องมีทักษะการแก้ไขปัญหา ทักษะความสามารถคิดเป็นระบบได้ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการเรียนรู้ นอกจากทักษะและแรงงานทั้ง 2 กลุ่มยังจำเป็นต้องมีคุณสมบัติ เช่น ความรักใส่ใจในงาน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ความมีวินัย ความรับผิดชอบสูง และ มี passion (หรือลุ่มหลง) ในงานด้วย สำหรับแนวทางการพัฒนาทักษะ ในระดับสถานประกอบการรวมถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาครัฐควรเน้นรูปแบบการฝึกปฏิบัติให้มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กิริยา กุลกลการ. (2561). การบริหารทุนมนุษย์ไทยในเศรษฐกิจยุค 4.0. สำนักงานที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: กระทรวงแรงงาน.
ธัญญลักษณ์ วีระสมบัติ. (2560). ปัญหาด้านการบริหารแรงงานของซัพพลายเออร์ไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์. โครงการ ASEAN watch สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว). กรุงเทพฯ.
นฤดม เจริญพาณิช. (2556). การศึกษาแนวโน้มการเลือกใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ กรณีศึกษา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด. กรุงเทพฯ: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พีระ เจริญพร. (มีนาคม 2553). การแสวงหาผลประโยชน์จากการเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทข้ามชาติ: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย. วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์. 28(1): 35-83.
ศูนย์วิจัยกรุงศรี. (2561). อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต. สืบค้นจาก https:// www.krungsri.com/bank/getmedia/ea01c4db-2f94-4299-83ec-89bb74 161eab/RI_Automobile_180926_TH.aspx
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2560). SMEs ไทยก้าวทันกระแสยานยนต์ยุค 4.0 แล้วหรือยัง. สืบค้นจาก https://www.kasikornbank.com/th/business/sme/KSMEKnowledge/article/KSMEAnalysis/Documents/ThaiAutomotive4.pdf
สภาอุตสาหกรรม. (2561). สถิติการผลิตรถยนต์. สืบค้นจาก https://www.fti.or.th/ 2016/thai/ftitechnicalsubdetail.aspx?id=1280
สมชาย หาญหิรัญ. (2557). แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ในปี 2557-2560. เอกสารการประชุมสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: กระทรวงอุตสาหกรรม.
อาชนัน เกาะไพบูลย์. (2552). Global Integration of Thai Automotive Industry. กรุงเทพฯ: ศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ (ERTC)
Modern Manufacturing. (2561). ถึงเวลาใช้ระบบอัตโนมัติกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในตลาดชิ้นส่วนทดแทน. สืบค้นจาก https://www.mmthailand.com/%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95/
Modern Manufacturing. (2561). Automation กระดูกสันหลังอุตสาหกรรมยานยนต์. สืบค้นจาก https://www.mmthailand.com/automation%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ