ชายชาวลีซูกับการปรับเปลี่ยนสถานภาพภายใต้การขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
คำสำคัญ:
ชายชาวลีซู, การท่องเที่ยว, ความเป็นหญิงชาย, นักท่องเที่ยวจีนบทคัดย่อ
ความเป็นหญิงและชายของชาวลีซูในบริบทของการท่องเที่ยวนั้นมีสถานะที่ลื่นไหลอย่างมาก การท่องเที่ยวได้ดึงผู้หญิงลีซูออกจากพื้นที่ครัวเรือนไปยังพื้นที่ของตลาดท่องเที่ยวซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ การปรับเปลี่ยนสถานะดังกล่าวส่งผลอย่างยิ่งต่อชายชาว ลีซูซึ่งเดิมคือผู้มีบทบาทอยู่ในพื้นที่สาธารณะและมีสถานภาพเป็นผู้นำของครอบครัวและผู้ถือครองอำนาจในการตัดสินใจหลัก ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากการฉวยใช้พื้นที่ของธุรกิจท่องเที่ยวในนามของตลาดของการขายสินค้าทางวัฒนธรรมซึ่งเกี่ยวโยงอยู่กับเพศหญิง แต่การขยายตัวของการท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนนั้น พบว่ากลายเป็นช่องทางสำคัญในการแทรกตัวกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้งของชายชาวลีซู กอปรกับการขยายตัวของนักลงทุนจีนพร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนจึงยิ่งเป็นปัจจัยเสริมให้ชายชาวลีซูได้แสดงบทบาทในพื้นที่ท่องเที่ยวมากขึ้น และภายใต้กฎหมายการลงทุนสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยที่มีช่องโหว่ การแต่งงานกับผู้ถือสัญชาติไทยเพื่อความสะดวกในการดำเนินกิจการจึงเป็นตัวเลือกหลักของหญิงชาวจีน ความสามารถในทางภาษาและการมีพื้นที่ในพื้นที่ท่องเที่ยวได้ทำให้ชายชาว ลีซูเป็นตัวเลือกหลักของนักธุรกิจหญิงชาวจีนกลุ่มนี้ การแต่งงานกับหญิงนักลงทุนชาวจีนของชายชาวลีซูหาได้เป็นเพียงการสร้างรายได้ในทางเศรษฐกิจเท่านั้นแต่กลับทำให้สถานภาพในพื้นที่ครัวเรือนของชายชาวลีซูกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าอำนาจของหญิงชายในพื้นที่ครัวเรือนมีความเปลี่ยนแปลงและลื่นไหลอยู่เสมอขึ้นอยู่กับบริบทและการฉวยใช้ของทั้งหญิงและชาย
เอกสารอ้างอิง
กรวรรณ สังขกรและคณะ.(2560). รายงานฉบับสมบูรณ์แผนการวิจัย การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว: ตลาดนักท่องเที่ยวจีน. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดวงใจ หล่อธนวณิชย์. (2550). รัฐ ทุน ชุมชน กับการจัดการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน: ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างไทยกับญี่ปุ่น. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. วิทยาลัยสหวิทยาการ สาขาสหวิทยาการ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์. (2554). การท่องเที่ยวประตูสู่ความปรับเปลี่ยนสถานะของผู้หญิงลีซอ. วารสารปาริชาต. ปีที่ 24 ฉบับที่ 1 (เม.ย.-ก.ย. 2554 ). หน้า 37-54.
ยศ สันตสมบัติ. (2557). มังกรหลากสี: การขยายอิทธิพลเหนือดินแดนและพันธกิจเผยแผ่อารยธรรมในอุษาคเนย์. เชียงใหม่: ศูนย์ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่.
สุชาดา ทวีสิทธิ์. (บรรณาธิการ). (2547). เพศภาวะ : กระบวนทัศน์เพื่อโลกใบใหม่ที่เท่าเทียมใน เพศภาวะ: การท้าทายร่างการค้นหาตัวตน. เชียงใหม่: ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อรัญญา ศิริผล. (ม.ป.ป.). ผู้ประกอบการจีนรุ่นใหม่กับความมั่นคงด้านธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือ วารสารประชาคมวิจัยออนไลน์ ฉบับที่ 132 น.15. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561. http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?id_ colum=3541.
กรุงเทพธุรกิจ (ออนไลน์). (2558, กรกฎาคม 3). “ทุนจีน” บุกเชียงใหม่ลุยซื้อ “อสังหาฯ. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561. http://www. home.co.th/hometips/detail/81305.
ลภัส อัครพันธุ์. (2561). นักท่องเที่ยวจีนยังแกร่งแม้เศรษฐกิจชะลอตัว. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2561. https://www.scbeic.com/th/detail/product/1936.)
MGR Online. (2559, มีนาคม 16).“ชี้จีนแห่ลงทุนเชียงใหม่ส่งผลดีแต่ต้องใช้ กม.คุมให้ท้องถิ่นได้ประโยชน์จริง” สืบค้นวันที่ 22 มีนาคม 2561. https://mgronline. com/local/detail/9590000027558.
ThaiPBS. (2560). สัมภาษณ์พิเศษ เหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561. https://www. citizenthaipbs.net/node/20819.
DAI Bin, JIANG Yiyi, YANG Liqiong, and MA Yiliang. (2013). Stage characteristics and policy choices of China's outbound tourism development. Tourism Tribune, 28(1), P.39–45.
Mackie,J.(1993). Changing Patterns of Chinese Big business in Southest Asia’s In R.McVey, ed., Southest Asian Studies, University of Hong Kong.
Rodding, S.G. (1990). The spirit of Chinese capitalism. Berlin: De Gruyter.
Wolfgang George ARLT. (2006). China’s Outbound Tourism. Routledge 270 Madison Ave, New York, NY. P.124
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ