การเข้าถึง การมีส่วนร่วมทางสังคม และการสนับสนุนนักศึกษาโครงการนักศึกษาผู้พิการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คำสำคัญ:
การสนับสนุนโครงการนักศึกษาพิการ, การเข้าถึง, การมีส่วนร่วมทางสังคมบทคัดย่อ
โครงการนักศึกษาพิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยเป็นโครงการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน ได้พัฒนาทั้งระดับนโยบายและการปฏิบัติอันส่งผลให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับรางวัลสถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี และรางวัลอาคาร Friendly Design การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความสามารถในการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากบริการและสถานที่ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาในโครงการนักศึกษาผู้พิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2) ศึกษาโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาในโครงการนักศึกษาผู้พิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนักศึกษาปัจจุบันและบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว และ 3) ศึกษาแนวทางการให้การสนับสนุนและสังเคราะห์แนวการปฏิบัติงานที่ดีของศูนย์บริการนักศึกษาพิการ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาพิการ ข้อค้นพบที่สำคัญจากการวิจัยส่วนใหญ่เป็นประเด็นเชิงบวกในการเข้าถึง การใช้ประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยนักศึกษาพิการมีความพึงพอใจมาก ในการเข้าถึงศูนย์บริการเพื่อนักศึกษา มีความพึงพอใจปานกลาง ในระบบอาจารย์ที่ปรึกษาของคณะ มีความพึงพอใจน้อย ต่อระบบเพื่อนช่วยเพื่อน ข้อเสนอแนะจากการผลวิจัยครั้งนี้ คือ การปรับบทบาทของศูนย์ฯ ในการทำงานเชิงรุกและสร้างพื้นที่ทางสังคมของศูนย์ให้สามารถเป็นที่ทำกิจกรรมร่วมของนักศึกษาปกติกับนักศึกษาพิการ พัฒนากิจกรรม ให้นักศึกษาพิการเป็น “ผู้ให้” ต่อสังคม เพิ่มความสำคัญของบทบาทอาจารย์ที่ปรึกษาระดับคณะ และการจัดอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนกลางที่ศูนย์และจัดทำฐานข้อมูลและคุณสมบัติของนักศึกษา เพื่อส่งให้หน่วยงานที่สนใจมีข้อมูลพิจารณาและประสานนักศึกษาที่มีคุณสมบัติสอดคล้องความต้องการนายจ้าง
เอกสารอ้างอิง
จิตประภา ศรีอ่อน. (2545). สภาพปัจจุบันและแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษในระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: ทบวงมหาวิทยาลัย.
ฐิติยา เนตรวงษ์. (2551). กลยุทธ์การจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนร่วมระหว่างนักศึกษาปกติและนักศึกษาออทิสติก มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.
ธนายุส ธนธิติ. (2549). รูปแบบการฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับคนพิการทางกาย. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. คณะศิลปศาสตร์. ภาควิชาอาชีวศึกษา.
ธรรม จตุนาม. (2559). แนวทางการพัฒนาระบบสนับสนุนนักศึกษาพิการทางการเห็นในสถาบันอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล.
ธรรศ สินธุศิริ. (2555). การสนับสนุนเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา สำหรับนักศึกษาพิการในมหาวิทยาลัย ขอนแก่น. การศึกษาอิสระปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. คณะศึกษาศาสตร์.
เนตรนภา อนุประเสริฐ. (2544). สภาพปัญหาและความต้องการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกของนักศึกษาพิการทางการเห็นในสถาบันอุดมศึกษาเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย.
เบญจา ชลธาร์นนท์. (2546). คู่มือการบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท. กรุงเทพฯ: เพทายการพิมพ์.
บุญสม นาวานุเคราะห์. (2543). การศึกษาแนวทางการจัดการศึกษานอกโรงเรียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของคนพิการในการฟื้นฟูและพึ่งตนเอง : กรณีศึกษาจังหวัดนครปฐม. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
วัจนารัตน์ ควรดี และณมน จิรังสุวรรณ. (2558). การปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. พัฒนาเทคนิคการศึกษา, ปีที่ 27 ฉบับที่ 93 มกราคม-มีนาคม, น. 12-20.
วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ และจุไร ทัพวงษ์. (2554). บทวิพากษ์นโยบายและข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติเกี่ยวกับคนพิการในประเทศไทย: ความเสมอภาคในโอกาสของการมีงานทำ และไม่ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม. รายงานวิจัย. องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO).
วิไลวรรณ ซึ้งปรีดา. (2549). ศึกษารูปแบบของศูนย์บริการนักศึกษาพิการในสหรัฐอเมริกาเปรียบเทียบกับศูนย์บริการนักศึกษาพิการในประเทศไทยกับกรณีศึกษาศูนย์บริการนักศึกษาพิการ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์.
วิไลวรรณ ซึ้งปรีดา. (2555). การศึกษาการจ้างงานคนพิการและคุณสมบัติของบัณฑิตพิการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สถานประกอบการต้องการ. รายงานการวิจัย.
ศาศวัต เพ่งแพ. (2553). การศึกษารูปแบบและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในสถาบันอุดมศึกษาไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. คณะรัฐประศาสนศาสตร์.
ศิริวิมล ใจงาม. (2547). การนำเสนอนโยบายและแนวปฏิบัติการจัดการศึกษาพิเศษในสถาบันอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย.
ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ. (2555). รายงานสรุปโครงการนักศึกษาพิการ. (เอกสารอัดสำเนา).
สถาพร สาธุการ. (2550). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษาหูหนวกในระดับอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทราวิโรฒ. คณะศึกษาศาสตร์.
สรชา เทียมมณี. (2552). แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. สาขาการบริหารและนโยบายสวัสดิการสังคม.
สาลินี เกื้อเกียรติวงศ์. (2547). การใช้ประโยชน์จากสื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษาของนักศึกษาพิการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน.
สุภัชฌาน์ ศรีเอี่ยม. (2554). การพัฒนาอัตลักษณ์นิสิตในสถาบันอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์.
สุพิน นายอง. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตที่มีความพิการทางการได้ยินในสถาบันอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์.
สุวิมล อุดมพิริยะศักย์. (2552). การพัฒนารูปแบบการบริหารศูนย์บริการสนับสนุนนักศึกษาพิการเรียนร่วมระดับอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. บัณฑิตวิทยาลัย.
อรอนงค์ สงเจริญ และธิดารัตน์ นาค์ทอง. (2548). การพัฒนารูปแบบระบบงานบริการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพิการ. วารสารวิทยาลัยราชสุดา, ปีที่ 3 ฉบับที่ 1-2, น. 90-111.
อันธิการ์ สวัสดิ์ศรี. (2546). แนวทางในการดัดแปลงที่พักอาศัยตามแนวความคิดยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ที่สอดคล้องกับบริบทไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร. บัณฑิตวิทยาลัย.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ