บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในการสนับสนุนทางสังคมต่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผู้แต่ง

  • วัชราภรณ์ คำแสน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ลิ่มสกุล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์, การสนับสนุนทางสังคม, ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในการสนับสนุนทางสังคมต่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ มีการใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างในการสัมภาษณ์นักสังคมสงเคราะห์ที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลมะเร็งทั่วประเทศ 6 แห่ง จำนวน 8 ราย

ผลการศึกษาพบว่า นักสังคมสงเคราะห์มีการสนับสนุนทางสังคมให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมใน 3 ด้าน คือ การสนับสนุนด้านอารมณ์และจิตใจ การสนับสนุนด้านทรัพยากรทางสังคม และการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร โดยแบ่งเป็น 3 ระยะในการสนับสนุนทางสังคม ได้แก่ ระยะก่อน  ระหว่าง และหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเกิดการยอมรับต่อโรคมะเร็ง เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทการให้คำปรึกษา บทบาทผู้ให้ความรู้ บทบาทการเสริมพลังอำนาจ บทบาทการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และบทบาทการทำงานกับทีมสหวิชาชีพในการสนับสนุนทางด้านอารมณ์และจิตใจแก่ผู้ป่วย และมีบทบาทการประสานทรัพยากรในการสนับสนุนด้านทรัพยากรทางสังคม รวมทั้งมีบทบาทผู้ให้ข้อมูลและความรู้ และบทบาทการประสานงาน ในการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารโดยข้อเสนอแนะที่สำคัญจากการศึกษาคือ โรงพยาบาลมะเร็งควรมีการกำหนดนโยบายในการทำบทบาทการสนับสนุนทางสังคมของนักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับเครือข่ายภาคี และทีมสหวิชาชีพ รวมถึงการเพิ่มบทบาทการเป็นผู้จัดการรายกรณีในการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัว

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2561). BDMS แนะตรวจเต้านมด้วยตนเอง คัดกรองเบื้องต้นได้, 12 มิถุนายน 2561 จาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27795

กนกนุช ชื่นเลิศสกุล. (2541). ประสบการณ์ชีวิตสตรีไทยที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะพยาบาลศาสตร์. กรุงเทพฯ.

จิณพิชญ์ชา มะมม. (2551). ความก้าวหน้าในการดูแลรักษาผู้ป่วยเต้านม. วารสารสภาการพยาบาล. 23(2), 11-24.

ฐิติวัฒน์ ขัตติ. (2559). แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารสำนักงานป้องกัน และควบคุมโรคที่ 10, 14(2), 45-54.

พรพรรณ วนวโรดม. (2552). ความต้องการด้านจิตใจของผู้ป่วยมะเร็ง และความต้องการการสนับสนุนด้านจิตใจจากพยาบาล.โครงการประชุมวิชาการ ประจำปี 2552 ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพฯ.

มาลัย มุตตารักษ์. (2553). Breast Imaging and Intervention. (พิมพ์ครั้งที่2). เชียงใหม่: เวียงพิงค์การพิมพ์.

สุพรรณี โต๊ะกลาง. 2555. การศึกษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เห็นคุณค่าในตนเอง. (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครทรวิโรฒ, สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว. กรุงเทพฯ.

สุภาพร จงประกอบกิจ. 2551. ความเครียด การเผชิญความเครียด และแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่, คณะพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพฯ.

สุภางค์ จันทวานิช. (2552). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

องอาจ นัยพัฒน์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สามลดา.

อนุรีย์ ตันสกุล. (2527). งานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง. กรุงเทพฯ: ไพศาลศิลป์การพิมพ์.

อุมาภรณ์ ไพศาลสุทธิเดช. (2540). การดูแลผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดเต้านมที่บ้าน และการบริหารร่างกายหลังการผ่าตัดเต้านมที่บ้าน, ในชนิตา มณีวรรณ (บรรณาธิการ.), คู่มือการปฏิบัติการพยาบาลที่บ้าน. กรุงเทพฯ: บรรณศิลป์ พริ้นติ้ง.

อภิญญา เวชยชัย. (2562). การจัดการรายกรณีในการปฏิบัติงานคุ้มครองเด็ก. กรุงเทพฯ: สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย.

อรุณี อ่อนสวัสดิ์. (2551). ระเบียบวิธีวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 3). ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Cobb, S. (1976). Social Support as a Moderator of Life Stress. Psychosomatic Medicine, 38(5), 300-312

Ebright, P.R. & Lyon,B. (2009). Understanding hope and factors that enhance hope in women with breast cancer. Oncology Nursing Forum, 29(3), 561-568

International Agency for Research on Cancer is part of the World Health Organization. (2018). Latest global cancer data: burden rises to18.1 million new case and 9.6 million cancer deaths in 2008. France: World Health Organization

Mcillmurray M.B. (2001). The psychosocial needs of cancer patients: findings from an observational study. European Journal of Cancer Care, 10, 261-269.

Mallinger, J. B., Griggs, J. J., & Shields, C. G. (2005). Patient-centered care and breast cancer survivors’ satisfaction with information. Patient Education and Counseling, 57, 342-349.

Moreo, K., & Lamb, G. (2003). CMSA Updates Standards of Practice for Case Management. Case Manager, 14(3), 52-54, Retrieved September 24, 2020, from https://doi.org/10.1067/mcm.2003.48

Sushma M. D. (2018). A qualitative study on experiences and needs of breast cancer survivors in Karnataka, India. Clinical Epidemiology and Global Health, 6(2), 69-74.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

22-06-2021

รูปแบบการอ้างอิง

คำแสน ว., & ลิมสกุล ม. (2021). บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในการสนับสนุนทางสังคมต่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม, 29(1), 29–67. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swjournal/article/view/244775

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย