เงื่อนไขและผลกระทบของภาวะหมดไฟในผู้ให้การช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม

ผู้แต่ง

  • ภิญญา ประเสริฐสม Department of Psychology, Chiang Mai University
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แสงเดือน ยอดอัญมณีวงศ์

คำสำคัญ:

เงื่อนไข, ผลกระทบ, ภาวะหมดไฟ, ผู้ให้การช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา เพื่อศึกษาเงื่อนไขและผลกระทบจากภาวะหมดไฟของผู้ให้การช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 5 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์รัฐบาลและเอกชนที่มีภาวะหมดไฟสูง มีประสบการณ์ทำงานช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรมมากกว่า 1 ปี เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา

จากการศึกษาพบเงื่อนไขที่ก่อภาวะหมดไฟในผู้ให้การช่วยเหลือเด็ก คือ1) เงื่อนไขส่วนบุคคล จากบุคลิกภาพ เจตคติ การศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และครอบครัว 2) เงื่อนไขแวดล้อมในการทำงาน จากสถานที่ทำงานไม่เหมาะสม ลักษณะงานที่รับผิดชอบเป็นการช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม ปริมาณงานมากเกินและรับผิดชอบสูง และบทบาททับซ้อน สัมพันธภาพระหว่างบุคคล และระบบการบริหารองค์กร จากระบบบริหารและผู้บริหารไม่สนับสนุนการทำงาน ไม่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งงานและค่าตอบแทนน้อย บุคลากรไม่เพียงพอและขาดการดูแลจิตใจบุคลากร จากเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นมีส่วนทำให้ผู้ให้การช่วยเหลือเด็กที่ทำงานใกล้ชิดเด็กถูกทารุณกรรม ขาดความพึงพอใจและขาดแรงจูงใจในการทำงาน ภาวะหมดไฟในผู้ให้การช่วยเหลือเด็กซึ่งจะมีผลกระทบต่อ 1) ผู้ให้การช่วยเหลือเด็กในด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และพฤติกรรม ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และความเหนื่อยล้าในการเห็นอกเห็นใจ 2) ผู้เกี่ยวข้อง คุณภาพการให้บริการเด็กลดลง มีปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และครอบครัวมีปัญหาสัมพันธภาพ 3) องค์กรได้คุณภาพงานลดลงและเสียบุคลากรที่มีคุณภาพไป

 

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2559). รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวสำหรับการรายงานตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ประจำปี 2558. สืบค้นจาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/d120859-06.pdf

กามัน เจ๊ะอารง และ ชญานิกา ศรีวิชัย. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงานกับความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดปทุมธานี. วารสารพยาบาลทหารบก, 18, 299-305.

ติรยา เลิศหัตถศิลป์. (2554). ภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของจิตแพทย์ในประเทศไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 56(4), 437-448.

ทมาภรณ์ สุขสวรรค์, กิ่งแก้ว แสงสว่าง และ พิมพ์พิมล เรืองฤทธิ์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการปฏิบัติงาน ปัจจัยด้านครอบครัวและสังคมกับภาวะเบื่องานของอาจารย์พยาบาลวิทยาลัยพยาบาลเครือข่ายภาคเหนือ สังกัดสถานบันพระบนมราชชนก. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 5(1), 40-47.

ทรียาพรรณ สุภามณี, วิภาดา คุณาวิกติกุล และ ผ่องศรี เกียรติเลิศนภา. (2557). การปฏิบัติงานเกินเวลาของพยาบาลและผลลัพธ์ด้านพยาบาลในโรงพยาบาลชุมชน. พยาบาลสาร, 41, 48-50.

เบญจมา ณ มหาไชย. (2551). การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ ปัจจัยความเครียดในการทำงานความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความเหนื่อยหน่ายจากการทำงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, คณะศิลปะศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เบญญทิพย์ เหมือนหมาย. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างความไม่สมดุลของความพยายามในการทำงานกับผลตอบแทนและความเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์ของพนักงานสำนักงานกลุ่มเจนเนอเรชั่นวายในจังหวัดเชียงใหม่: บทบาทการเป็นตัวแปรปรับของการสนับสนุนทางสังคม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ปรารถนา เล็กสมบูรณ์. (2554). ความเครียดในงาน การเผชิญปัญหา และความเหนื่อยหน่ายในงานของผู้ปฏิบัติการช่วยเหลือในสถานสงเคราะห์ของรัฐบาล: การวิจัยแบบผสานวิธี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาจิตวิทยาการปรึกษา, คณะจิตวิทยา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิไล เสรีสิทธิพิทักษ์. (2550). ภาวะหมดไฟ: ความหมาย แบบทดสอบ และแนวทางป้องกันแก้ไข. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 1, 121-130.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2547). ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าด้วย วิธีการดำเนินงานของสถานแรกรับสถานสงเคราะห์สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาแลฟื้นฟู พ.ศ. 2547. สืบค้นจาก http://law.m-society.go.th/law2016/law/view/18

สำนักส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและการมีส่วนร่วม. (ม.ป.ป.). คู่มือการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาของ oscc ศูนย์ช่วยเหลือสังคม.

อรสา ใจจินา. (2556). อิทธิพลของปัจจัยส่วนบุคคล และการสนับสนุนทางสังคมต่อความเหนื่อยหน่ายในการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตและจิตเวช ในพื้นที่เครือข่ายสุขภาพที่ 3. วารสารวิชาการศิลปศาสตร์ประยุกต์, 6(1), 2-8.

Ahola, K., & Hakanen, J. (2008). Job strain, burnout, and depressive symptoms: A prospective study among dentists. Journal of affective disorders, 104(1-3), 103-110.

Brady, P.Q. (2016). Crimes Against Caring: Exploring the Risk of Secondary Traumatic Stress, Burnout, and Compassion Satisfaction Among Child Exploitation Investigators. Journal of Police and Criminal Psychology, 32, 305–318.

Conrad, D., & Kellar-Guenther, J. (2006). Compassion fatigue, burnout, and compassion satisfaction among Colorado child protection workers. Child Abuse & Neglect, 30(10), 1071-1080.

Daley, M. R. (1979). Preventing worker burnout in child welfare. Child welfare, 58(7), 443-50.

Edward, F., and Wildeman, C. (2018). Characteristics of the front-line child welfare workforce. Children and Youth Services Review, 89, 13-26.

Figley, C. R. (2002). Compassion fatigue: Psychotherapists' chronic lack of self-care. Journal of clinical psychology, 58(11), 1433-1441.

Harrison, W. D. (1980). Role strain and burnout in child-protective service workers. Soc Serv Rev, 54(1), 31-34.

Jayaratne, S., Chess, W. A., & Kunkel, D. A. (1986). Burnout: Its Impact on Child Welfare Workers and Their Spouses. Social Work, 31(1), 53–59.

Känel, R. V. (2008). The burnout syndrome: A medical perspective. Praxis 97(9), 477-87.

Kim, H. (2011). Job conditions, unmet expectations, and burnout in public child welfare workers: How different from other social workers?. Children and Youth Services Review, 33(2), 358-367.

Leake, R., Rienks, S., & Obermann, A. (2017). A Deeper Look at Burnout in the Child Welfare Workforce. Human Service Organizations: Management, Leadership & Governance, 41(5), 492–502.

Lee, F. J., Stewart M., & Brown, Y. B. (2008). Stress, burnout, and strategies for reducing them. What’s the situation among Canadian family physicians?. Canadian Family Physician, 54(2) 234-235.

Lee, H. F., Yen, M., Fetzer, S., & Chien, T. W. (2015). Predictors of Burnout among Nurse in Taiwan. Community Ment Health, 51, 733-737.

Maslach, C. (1986). Maslach burnout inventory manual (2nd ed). CA: Consulting psychologist press.

Maslach, C., & Jackson, S. E. (1981). The measurement of experienced burnout. Journal of occupational behavior, 2(2), 99-133.

Maslach, C., Schaufeli, W. B., & Leiter, M. P. (2001). Job burnout. Annual Review of Psychology, 52, 397–422.

Maslow, A. H. (1970). Motivation and Personality. NY: Harper and Row.

Muldary, T. W. (1983). Burnout & health professionals: Manifestations & management. San Juan Capistrano, CA: Capistrano Press.

Nissly, J. A., Mor, Barak, M. E., & Levin, A. (2008). Stress, Social Support, and Workers' Intentions to Leave Their Jobs in Public Child Welfare. Administration in Social Work, 29(1), 79-100.

Passmore, S., Hemming, E., McIntosh, H. C., & Hellman, C. M. (2020). The Relationship Between Hope, Meaning in Work, Secondary Traumatic Stress, and Burnout Among Child Abuse Pediatric Clinicians. The Permanente journal, 24(1), 29-34.

Pines, A., & Aronson, E. (1983). Combatting burnout. Children and Youth Services Review, 5(3), 263-275.

Rossi et al. (2012). Burnout, compassion fatigue, and compassion satisfaction among staff in community-based mental health services. Psychiatry Research, 200(2–3), 933-938.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

26-12-2021

รูปแบบการอ้างอิง

ประเสริฐสม ภ., & ยอดอัญมณีวงศ์ แ. (2021). เงื่อนไขและผลกระทบของภาวะหมดไฟในผู้ให้การช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม, 29(2), 66–93. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swjournal/article/view/252673

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย