การป้องกันความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
คำสำคัญ:
การป้องกันความรุนแรง, การป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก, การมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่องการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดยะลา โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เป็นการวิจัยด้วยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวที่กระทำต่อเด็กในชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
ผลการศึกษาพบว่า ความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กในหมู่บ้านแห่งนี้ที่เด็กเผชิญ คือ ความรุนแรงทางร่างกาย และความรุนแรงทางจิตใจ สาเหตุเกิดจาก 1) ด้านค่านิยมที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ลูกคือสมบัติ พ่อแม่คือเจ้าของชีวิต 2) ด้านเศรษฐกิจ 3) ด้านศีลธรรม ไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามกำหนด 4) ด้านยาเสพติด ในส่วนของการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กในชุมชนแห่งนี้ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ให้การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ดำเนินชีวิตตามศาสนากำหนดไว้ และยึดปฏิบัติตามหลักคำสอนศาสนาอิสลามในการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูบุตร โรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนตาดีกา (โรงเรียนสอนศาสนา) มีบทบาทในการให้ความรู้ความคู่กับการอบรม ดูแล สังเกตพฤติกรรมของเด็ก และเยี่ยมบ้าน ชุมชน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา
มีบทบาทในการให้คำปรึกษา ไกล่เกลี่ย และช่วยเหลือส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือต่อไป จะเห็นได้ว่าการมีส่วนร่วมของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เป็นการร่วมมืออย่างเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองในการช่วยกันดูแล ปกป้อง คุ้มครองเด็กในชุมชน เพื่อให้เด็กในพื้นที่ปลอดภัยห่างไกลจากภัยความรุนแรงทุกรูปแบบ
ข้อเสนอแนะหน่วยงานด้านเด็กควรจัดตั้งให้มีหน่วยงานระดับอำเภอ หรือตำบล เพื่อให้เข้าถึงการบริการ และอย่างใกล้ชิดเด็ก หากมีหน่วยงานด้านเด็กในพื้นที่เพิ่มอีกหน่วย ก็จะช่วยในกลไกการขับเคลื่อนการทำงานปกป้อง คุ้มครอง ดูแลเด็ก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลต่อเด็กในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความรุนแรงในครอบครัว หรืออื่นใดที่เกิดต่อเด็ก สามารถช่วยได้อย่างทันท่วงที และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กในพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานกิจการสตรีและและสถาบันครอบครัว. (2556). รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัวสำหรับการรายงานตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ประจำปี 2556. สืบค้นจาก http://library2.parliament. go.th/giventake/content_nla2557/d032658-03.pdf
ชุณารักษ์ หมื่นศรีจูม และชัญญา อภิปาลกุล. (2553). แนวทางในการลดความรุนแรงของวัยรุ่นในสถานศึกษาโดยใช้วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยคนกลาง: กรณีศึกษาโรงเรียนคำแคนวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2. วารสารศึกษาศาสตร์, 4(ฉบับพิเศษ), 173-181.
ปพนธีร์ ธีระพันธ์. (2559). ความรุนแรงในครอบครัวในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาฝั่งตะวันตก. วารสารปาริชาติ, 29(2), 155-168.
พัชรินทร์ นินทจันทร์, โสภิณ แสงอ่อน, นพวรรณ เปียซื่อ, ดรุณี ชุณหะวัต และรณชัย คงสกนธ์. (2554). การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อป้องกันความรุนแรงในครอบครัว. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 17(3), 444-462.
พัทธ์ธีรา รัตนชัย และ อีสมาแอ กาเต๊ะ. (2564). พฤติกรรมการอบรมเลี้ยงดูบุตรด้วยหลักการอิสลามของครอบครัวไทยมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้. วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 12(1), 67-81.
ยงยุทธ แสนประสิทธิ์, พรรณี บุญประกอบ, รณชัย คงสกนธ์ และอังศินันท์ อินทรกำแหง. (2554). รูปแบบการป้องกันปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 17(2), 19-36.
รณชัย คงสกนธ์ และ นฤมล โพธิ์แจ่ม. (2551). ความรุนแรงในครอบครัว. กรุงเทพฯ: สหประชาพาณิชย์.
รักยิ้ม ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, รณชัย คงสกนธ์, นิศากร ตัณฑการ, สุนิสา จองวัฒนา และ อุมาพร อุดมทรัพยากุ. (2553). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว: กรณีศึกษา 3 ชุมชน
ในจังหวัดสระบุรี (รายงานวิจัย). กรุงเทพฯ: โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์, งานสังคมสงเคราะห์.
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546. (24 กันยายน 2546). ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 120 ตอนที่ 1.
อาหะมะกอซี กาซอ, บะห์รุดดีน บินยูโซ๊ะ และ สะมะแอ บือราเฮง. (2556). ความรุนแรงในครอบครัวมุสลิม ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา: ศึกษาสาเหตุและวิธีการแก้ไข. วารสารปาริชาติ, 26(3 ฉบับพิเศษ), 131-142.
Malley-Morrison, K. (2004). Family Violence in a Cultural Perspective: Defining, Understanding, and Combating Abuse. California: SAGE Publications.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ