การบริหารจัดการและความร่วมมือในการสงเคราะห์ และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัดชลบุรี
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการ, การดำเนินงานให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก, ความร่วมมือบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการ บริหารจัดการ การดำเนินการให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และความร่วมมือในการสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัดชลบุรี 2) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคของการบริหารจัดการและ การดำเนินงานในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัดชลบุรี 3) เพื่อ ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการ การดำเนินงานและความร่วมมือในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิ ภาพเด็กของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัดชลบุรี โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักจาก 2 กลุ่มกรณีศึกษา คือ กลุ่มผู้บริหารสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนใน จังหวัดชลบุรี 8 แห่ง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก จังหวัดชลบุรี 8 แห่ง จำนวน 21 กรณีศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในลักษณะการตีความสร้างข้อสรุปข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการแจกแจงความถี่ และหาค่าร้อยละ ผลการศึกษาพบว่า 1. การบริหารจัดการของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัดชลบุรี ได้ดำเนินการบริหารจัดการตามกรอบ แนวทางการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานการจัดสวัสดิการสังคมขององค์การสวัสดิการสังคม ปี พ.ศ. 2551 2. การดำเนินการให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน จังหวัด ชลบุรี ได้ดำเนินการให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 3. ความร่วมมือในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน ได้รับความร่วมมือในด้าน การบริหารจัดการ การดำเนินงานจากภาคเครือข่าย 4. ปัญหา อุปสรรค ส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านงบประมาณและบุคลากร 5. แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการ การดำเนินงานและความร่วมมือในการสงเคราะห์และคุ้มครอง สวัสดิภาพเด็ก เสนอแนวทางการพัฒนาโดยเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสม พัฒนาบุคลากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ 6. ข้อเสนอแนะ รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณในการบริหารให้สถานสงเคราะห์เอกชน ควรจัดการระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2556). สถิติเด็กด้วยโอกาส. ค้นคืนจากhttp://monitor.smp.nso.go.th/report/stat/pu/osstatus/detail?dmt=1&Mode=1&Year=2558&DepartmentId=38
กุศล สุนทรธาดา และ จิตตินันท์ เดชะคุปต์. (2544). รูปแบบและระบบการจัดบริการสถานเลี้ยงดูเด็กที่มีคุณภาพในประเทศไทย : กรณีพินิจศึกษา. (รายงานวิจัยสถาบันประชากรและสังคม). นครปฐม. มหาวิทยาลัยมหิดล.
เกษม จันทร์แก้ว. (2540). โครงการสหวิทยาการบัณฑิตศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ขัตติยา ด้วงสำราญ. (2543). แรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนนทบุรี. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). นครปฐม. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
คมกฤช ภาวศุทธินนท์. (2554). การบัญชีบริหาร: บทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือสำหรับผู้นำองค์กรยุคใหม่. วารสารนักบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 31(3), 125-129.
จิราภรณ์ ไม้ไหว. (2555). ความเป็นพลเมืองของบุคลากรโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
จีรพร ศรีวัฒนานุกูลกิจ. (2542). สถานรับเลี้ยงเด็ก : สภาพ ปัญหา และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการ. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พยอม วงศ์สารศรี. (2542). การบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร : คณะวิทยาการจัดการ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ.2556. (2556, 26 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 130 ตอนที่ 8 ก. หน้า 11-12.
พัชรกันต์ นิมิตรศดิกุล. (2559). กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. วารสารสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 9(3), 631-652.
พุฒิพงศ์ มนตรีโพธิ์. (2550). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต 4. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พูลสุข สังข์รุ่ง. (2551). การบริหารสำนักงาน. กรุงเทพมหานคร : เสมาสาส์น.
รชต พูลเพิ่ม. (2557). การมีส่วนร่วมในการวางแผนการปฏิบัติงานของบุคลากร กองเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). นครปฐม : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
รัตนาภรณ์ บุญนุช. (2555). การพัฒนาและฝึกอบรมที่มีผลต่อประสิทธิภาพของพนักงาน กรณีศึกษาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (การค้นคว้าอิสระ มหาบัณฑิต). ปทุมธานี : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ลือจรรยา ธนภควัต. (2560). ศึกษาการปรับพฤติกรรมเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์. ค้นคืนจากhttp://www.mhcr4.go.th/doc-9.html
วนิดา วาดีเจริญ และ คณะ. (2556). การจัดการทรัพยากรมนุษย์จากแนวคิด ทฤษฎี สู่ภาคปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
วรากร ทรัพย์วิระปกรณ์. (2551). วิถีการดำเนินชีวิตของเยาวชนในสถานสงเคราะห์ : การศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยา. วารสารศึกษาศาสตร์. 19(1). 109-122.
วิจิตร อาวะกุล. (2534). การประชาสัมพันธ์หลักและวิธีปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2545). การบริหาร หลักการ ทฤษฎี ประเด็นทางการศึกษาและบทวิเคราะห์องค์การศึกษาไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร : พิมพ์พิสุทธ์.
ศุภกิต เสนนอก. (2558). การพัฒนาประสิทธิภาพการรับเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ: กรณีศึกษาอำเภอหนองเสือจังหวัดปทุมธานี. (การค้นคว้าอิสระมหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมชาย ดีละม้าย. (2552). สภาพและความต้องการของเด็กสถานพินิจเด็กและเยาวชนชาย : ศึกษากรณีบ้านมุทิตา. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. วิทยาลัยรัชต์ภาคย์.
สมาน รังสิโยกฤษฎ์. (2522). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพมหานคร: สวัสดิการสำนักงาน ก.พ.
สายทิพย์ เจ็งที. (2556). การช่วยเหลือเด็กที่ถูกทารุณกรรมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ. 29(1). 149-157.
สุรัสวดี มนัสตรง. (2556). ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งและเด็กเร่ร่อน. ค้นคืนจากhttp://sdgroup1.blogspot.com/2013/01/53242797.html
อนันต์ เกตุวงศ์. (2523). การบริหารการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.
อุมาพร บุญเพชร. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษากับความร่วมมือของบุคลากรในสถานศึกษา สำนักงานเขตหนองจอก สังกัดกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
