การจัดบริการผู้ช่วยคนพิการกับคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ได้รับการดูแล: กรณีศึกษา จังหวัดนครสวรรค์

ผู้แต่ง

  • นิตยา ยุทธโอภาส คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การจัดบริการผู้ช่วยคนพิการ, คุณภาพชีวิตคนพิการ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาศึกษาความพอเพียงของผู้ช่วยคนพิการกับจำนวนคนพิการที่ควรได้รับการดูแลใน จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อศึกษาบทบาทที่คาดหวังตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และบทบาทที่ทำได้จริง ของผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรค และความต้องการการสนับสนุนของผู้ช่วยคน พิการในจังหวัดนครสวรรค์ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตคนพิการก่อนและหลังจากการดูแลโดยผู้ช่วย คนพิการในจังหวัด เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ในรูปแบบของกรณีศึกษา โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก กลุ่ม ตัวอย่างแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ช่วยคนพิการ จำนวน 15 คน คนพิการที่ได้รับการดูแลโดยผู้ช่วยคนพิการ ในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 15 คน ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการ จังหวัดนครสวรรค์ และผู้อำนวยการกอง ยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุน้อยที่สุด คือ 34 ปี และสูงที่สุดคือ 68 ปี โดยการศึกษาต่ำที่สุดคือ ระดับประถมศึกษา จำนวน 7 คน สูงที่สุดคือระดับปริญญาตรี จำนวน 3 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม จำนวน 8 คน และบางคนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยผู้ช่วยผู้พิการส่วนใหญ่ในจังหวัดนครสวรรค์จะมีจำนวนผู้พิการที่ต้องดูแลต่ำที่สุดคือ 3 คน และมีจำนวนผู้พิการที่ต้องดูแลมากที่สุดคือ 5 คน จากจำนวนคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ทั้งหมด 32,772 คน มีคนพิการที่ได้รับการบริการจากผู้ช่วยคนพิการจำนวน 54 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.16 โดยในจังหวัด นครสวรรค์ยังมีคนพิการที่ไม่ได้ใช้บริการผู้ช่วยคนพิการถึงร้อยละ 99.84 และจากจำนวนผู้ช่วยคนพิการในจังหวัด นครสวรรค์ที่มีอยู่ 15 คน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้พิการทั้งหมดในจังหวัดนครสวรรค์มีสัดส่วนผู้ช่วยคนพิการ ต่อจำนวนคนพิการคิดเป็นร้อยละ 0.04 เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้พิการที่มีอยู่ในจังหวัด โดย ปัญหาและอุปสรรค์ที่ส่งผลต่อความเพียงพอของจำนวนผู้ช่วยคนพิการมีดังนี้ คือ 1) ผู้ที่ต้องการทำหน้าที่ผู้ช่วยคน พิการยังมีน้อย เนื่องจากบทบาทและหน้าที่ตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้การดูแลคนพิการเป็นงานที่หนัก ซึ่งต้องการผู้ที่มีจิตอาสาอย่างแท้จริง เพราะต้องทำหน้าที่ดูแลคนพิการที่ช่วยตัวเองไม่ได้ในการพลิกตัว อาบน้ำ แต่งตัว ทำความสะอาดร่างกายให้คนพิการเมื่อมีการขับถ่ายอุจาระหรือปัสสาวะ ฯลฯ ซึ่ง ผู้ช่วยคนพิการที่ผ่าน การอบรมแล้วบางคนไม่ต้องการเป็นผู้ช่วยคนพิการเพราะไม่สามารถทำงานเหล่านั้นได้ 2) ค่าตอบแทนที่ผู้ช่วยคน พิการได้รับเมื่อเปรียบเทียบกับภาระงานที่ต้องทำยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ และ 3) การอบรม ผู้ช่วยคนพิการเพื่อเพิ่มจำนวนในแต่ละปียังไม่เพียงพอกับปริมาณคนพิการที่ไม่สามารถช่วยตนเองซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี บทบาทที่คาดหวังตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ กับบทบาทที่ทำได้จริงของผู้ช่วยคนพิการใน จังหวัดนครสวรรค์ พบว่า บางบทบาทหน้าที่นั้นผู้ช่วยคนพิการไม่สามารถปฏิบัติได้ เช่น การทำความสะอาด ร่างกาย และการแต่งตัวให้กับผู้พิการ เนื่องจากเพศสภาพที่แตกต่างกันของผู้ช่วยคนพิการกับผู้พิการ และข้อจำกัด ด้านอายุของผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปถึง 8 คน และผู้ช่วยคน พิการที่มีอายุมากที่สุดคือ 68 ปี ทำให้มีความลำบากในบางบทบาทหน้าที่ ปัญหาอุปสรรค และความต้องการการสนับสนุนของผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ พบว่า ปัญหา อุปสรรคของผู้ช่วยคนพิการคือ ค่าตอบแทนที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต เนื่องจากผู้ช่วยคน พิการในจังหวัดนครสวรรค์มีรายได้หลักจากการที่ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการค้าขาย ทำให้การ ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลคนพิการนั้นทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากต้องทำงานช่วยครอบครัวในการหารายได้หลัก ส่วน ความต้องการการสนับสนุนของผู้ช่วยคนพิการพบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้มีการจัดการฝึกอบรมเพิ่มเติมทั้งในเรื่อง องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับสิทธิคนพิการใหม่ ๆ หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ในการดูแลคนพิการระหว่างผู้ช่วยคนพิการ ภายในจังหวัด และมีความต้องการการสนับด้านอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน การเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตคนพิการก่อนและหลังจากการดูแลโดยผู้ช่วยคนพิการในจังหวัดนครสวรรค์ พบว่า คนพิการที่เป็นกรณีศึกษาทั้ง 15 กรณี หลังจากได้รับการดูแลจากผู้ช่วยคนพิการแล้วมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใน มิติด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านความสัมพันธ์ทางสังคม

เอกสารอ้างอิง

กชนิภา นราพินิจ และคณะ. (2551). การมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนกับองค์กรภาครัฐระดับตำบลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ.กรณีศึกษาตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา. สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว. สำนักงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น).

พรนภา เจริญสันต์. (2553). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวในจังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. ชลบุรี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.

พิมพา ขจรธรรม และคณะ. (2559). โครงการติดตามประเมินผลการจัดบริการผู้ช่วยคนพิการ. วิทยาลัยราชสุดามหาวิทยาลัยมหิดล.

นลินี เรืองฤทธิศักดิ์. (2556). IL (Independent Living) หรือการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ. กรุเทพมหานคร: ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก.

ยศพล เหลืองโสมนภา. (2554). คุณภาพชีวิต ปัญหา และความต้องการของผู้พิการในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง จังหวัดจันทบุรี. วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า: จังหวัดจันทบุรี.

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ. (2559). สถิติข้อมูลคนพิการแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2558. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสรรค์. (2561). สถิติการจดทะเบียนคนพิการ จ.นครสวรรค์. นครสวรรค์: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ. (2550). ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการการมีผู้ช่วย คนพิการ การช่วยเหลือคนพิการที่ไม่มีผู้ดูแล และสิทธิของผู้ดูแลคนพิการ พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ. (2550). ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

Cobb, S. (1976). Social Support as a Moderated of Life Stress. Psychosomatic Medicine. 38 (September-October).

House, J.S. and Kahn, R.L. (1985). Meansures and concepts of social support in Cohen And Syme. S.L. Social Support and health.

Tilden, V.P. (1985). Issues of conceptualization and measurement of social support in the construction of nursing theory. Research in Nursing & health, 8(2), 199-206.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-03-15

รูปแบบการอ้างอิง

ยุทธโอภาส น., & บุณยรัตนสุนทร จ. (2019). การจัดบริการผู้ช่วยคนพิการกับคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ได้รับการดูแล: กรณีศึกษา จังหวัดนครสวรรค์. วารสารสังคมภิวัฒน์, 9(2), 63–80. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/thaijss/article/view/177854

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานวิจัย