ความต้องการของเด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดที่มีต่อการสนับสนุนทางสังคม จากครอบครัวและศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานการประชุม เพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว
คำสำคัญ:
เด็กและเยาวชน, การสนับสนุนทางสังคม, ศูนย์ให้คำปรึกษาบทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง “ความต้องการของเด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดที่มีต่อการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวและศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานการประชุม เพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัมพันธภาพในครอบครัว และความต้องการการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวและจากศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำฯ การศึกษาครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดในคดีอาญา ด้วยการตอบแบบสอบถาม จำนวน 106 คน การสนทนากลุ่ม จำนวน 10 คน และการสัมภาษณ์ครอบครัว จำนวน 3 ครอบครัว และนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาประมวลผลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS และนำข้อมูลการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์ครอบครัวมาวิเคราะห์เนื้อหา และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตารางสถิติและการอธิบายข้อมูลวิเคราะห์ทางการศึกษา
ผลการศึกษาที่สำคัญ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 16 - 18 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น (ม. 3) สถานภาพสมรสของบิดามารดาอยู่ด้วยกัน รายได้ของครอบครัวน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท ลักษณะครอบครัวอยู่ร่วมกันทั้งพ่อและแม่ และมีฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กลุ่มตัวอย่างมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันในครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง มีการดูแลกันเรื่อง อาหารการกิน และยามเจ็บป่วยหรือมีปัญหา ครอบครัวมีการพูดคุยกันน้อย และไม่ค่อยมีคำชมเชย มักดุว่าเป็นส่วนใหญ่ มีความต้องการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวในทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ต้องการให้ครอบครัวพูดคุยกันและรับฟังเมื่อมีปัญหา และแสดงออกถึงความรัก ไม่ต้องการสิ่งของการเงิน ต้องการปรึกษาเพื่อนมากกว่าครอบครัว และอยากตัดสินใจด้วยตนเอง มีความต้องการสนับสนุนทางสังคมจากศูนย์ให้คำปรึกษาฯในทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งในกลุ่มก่อนและหลังพิจารณาคดีมีความต้องการแตกต่างกันเรื่องประเด็นและรูปแบบการรับคำปรึกษา มีความต้องการเหมือนกันคือ ไม่ต้องการตรวจวินิจฉัยทางจิตวิทยา ต้องการการส่งต่อเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของศาล
ข้อเสนอแนะในการศึกษา คือ ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำฯ ควรจัดทำคู่มือการให้คำปรึกษา บรรจุข้อมูลแนวทางการวิเคราะห์เด็กและเยาวชน กำหนดนโยบายการทำงานกับเครือข่ายในชุมชน และอบรมผู้ให้คำปรึกษาให้มีความรู้และทักษะในการให้บริการปรึกษา การเสริมสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว การเสริมพลังอำนาจ และการบริหารจัดการเครือข่าย เพื่อให้เกิดกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
คงเดช ลีโทชวลิต, ปิยะ พวงสำลี และคณะ. (2553). กระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งยกระดับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและชุมชน จังหวัดนครปฐม (รายงานการวิจัย). นครปฐม: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และ สำนักงานสหภาคีความร่วมมือ.
จิราพร ชมพิกุล. (2552). สัมพันธภาพในครอบครัวไทย = Relationship in Thai Families (รายงานการวิจัย). นครปฐม: สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล.
ดวงแก้ว ป้านภูมิ. (2557). ความต้องการของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดหลังปล่อยตัวกลับคืนสู่ครอบครัว
(สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นันทา สู้รักษา. (2546). โครงการการศึกษาปัจจัยด้านครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมการเสพยาบ้าของวัยรุ่น: แนวทางป้องกันแก้ไข (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วาสนา ทับทิมดี. (2549). ปัจจัยทางครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน กรณีศึกษาเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 6 จังหวัดนครสวรรค์ (ภาคนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, วิทยาลัยพัฒนาครอบครัวและสังคม, คณะคหกรรมศาสตร์, สาขามนุษยนิเวชศาสตร์.
สุณีย์ กัลยะจิตร. (2551). กระบวนการเข้าสู่การกระทำความผิดในคดีชีวิตและร่างกายของเด็กและเยาวชนชาย (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล
สำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2554). พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเขาธิการวุฒิสภา.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
