การศึกษารูปแบบและปัญหาอุปสรรคในการมีส่วนร่วมของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการเข้ารับบริการของคลินิก Anti Retro Viral โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม
คำสำคัญ:
ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, คลินิก Anti Retro Viral (ARV), การมีส่วนร่วม, ปัญหาอุปสรรคบทคัดย่อ
“การศึกษารูปแบบและปัญหาอุปสรรคในการมีส่วนร่วมของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการเข้ารับบริการของคลินิก Anti Retro Viral โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการเข้ารับบริการของคลินิก Anti Retro Viral (ARV) และเพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการเข้ามามีส่วนร่วมในบริการของคลินิก ARV โดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ที่เข้ามารับบริการคลินิก ARV ตั้งแต่ พ.ศ.2557–พ.ศ.2561 จำนวน 226 คน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมในบริการ 4 ด้าน ได้แก่ การร่วมคิด การร่วมตัดสินใจ การร่วมปฏิบัติ และการร่วมประเมินและติดตามผล ในภาพรวมอยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า การร่วมประเมินและติดตามผลกลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมมากที่สุด จากการศึกษาปัญหาอุปสรรคในการเข้ารับบริการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านครอบครัวและสังคม ในภาพรวมอยู่ในระดับต่ำ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านจิตใจเป็นด้านที่กลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่าเป็นปัญหาอุปสรรคมากที่สุด
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ประกอบด้วย ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เพื่อการพัฒนาการให้บริการของคลินิก ARV คือ การมีบริการที่คำนึงถึงการรักษาความลับของผู้ป่วย การส่งเสริมบริการด้านจิตใจ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สำหรับกระทรวงสาธารณสุขควรส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มากกว่ามิติทางสุขภาพ เพื่อลดการกีดกัน การปฏิเสธ หรือการตีตรา
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2562). สำนักงานป้องกันโรคป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 จาก https://ddc.moph.go.th/odpc12/news.php?news=10435&deptcode=
กลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. (2562). บทบาทนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. สมุทรสงคราม : กลุ่มงานสังคมสงเคราะห์.
กุลภัสสรณ์ ศิริมนัสสกุล. (2560). รายงานการศึกษาสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้านระบาดวิทยา และวิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานบรรลุความสำเร็จต่อการลดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. (รายงานการวิจัย). นนทบุรี : กองแผนงาน, กรมควบคุมโรค.
ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง. (2561, 26 พฤศจิกายน). กสม.เผยยังพบหน่วยงานกีดกันไม่รับผู้ติดเชื้อ HIV ทำงาน ทั้งที่ติดต่อยาก-มียาต้านไวรัสประสิทธิภาพสูง. แนวหน้า, สืบค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 จาก https://www.naewna.com/
ปกรณ์กิจ พฤกษาอุดมชัย, ฉัตรนรินมทีกุล, และ การวี วิวัฒน์พานิช.(2561). การวิจัยเชิงคุณภาพเกี่ยวกับประสบการณ์การเปิดเผยสถานะการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองต่อสมาชิกในครอบครัว.วารสารโรคเอดส์ กรมควบคุมโรค, 30(3) : 129-146.
ภัทรพร ยุบลพันธ์. (2559).การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการสร้างความปลอดภัยในบริการสุขภาพ.วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 27(3) : 127-138.
ยุทธชัย ไชยสิทธ์, ขวัญประภัสร จันทร์บุลวัชร์, เสาวนีย์ โสบุญ, และ อภิญญา กุลทะเล. (2560). การเยียวยาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ ผู้ป่วยเอดส์ที่มีภาวะบีบคั้นทางจิตวิญญาณ: บทบาทพยาบาล. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(3) : 31-38.
เรืองฤทธิ์ จิณะเสน. (2561). การวิเคราะห์สถานการณ์การติดเชื้อและการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์. วารสารโรคเอดส์ กรมควบคุมโรค, 30(2), 57-68.
วีระพล จันทร์ดียิ่ง. (ม.ป.ป.). สิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 จากhttps://sites.google.com/site/aidsfriend/article/siththi-mnusy-chn-khxng-phu-tid-cheux-xech-xi-wi-laea-phu-pwy-xeds
ศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศ โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. (2561). ข้อมูลพื้นฐานโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 จาก http://203.157.95.66/data_sys/main_/home.php
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
