การส่งเสริมและเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกด้านการศึกษาให้กับเด็กในระดับประถมศึกษาตอนปลายโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน กรณีศึกษาบ้านบาตูฆอ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา
คำสำคัญ:
พฤติกรรมเชิงบวก, การศึกษา, ประถมศึกษาตอนปลายบทคัดย่อ
เด็กและเยาวชนในปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหามากมาย เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาความรุนแรง ปัญหาการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นต้น จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบถึงปัญหาอื่น ๆ ตามมาด้วย นั่นก็คือ ปัญหาด้านการศึกษา เด็กและเยาวชนขาดเรียน ออกกลางคัน หนีเรียน ไม่เรียนต่อในระดับสูง ไม่มีสมาธิในการเรียน ไม่มีทุนศึกษาต่อ จนนำสู่ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตนเองและคุณภาพประชากร อนาคตของประเทศชาติ เพราะเด็กเยาวชนในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า
ชุมชนบ้านบาตูฆอ ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยกระทิง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เป็นชุมชนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาด้านการศึกษาในกลุ่มเด็กและเยาวชน จากการศึกษาผ่านการทำกิจกรรมสนทนาในกลุ่มเด็ก ได้สะท้อนถึงปัญหาการไม่อยากไปโรงเรียน เนื่องจากติดเกม ติดโทรศัพท์ จะเห็นได้ว่า สาเหตุแห่งปัญหาด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนในบ้านบาตูฆอ นั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ใช่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้น การเข้าถึงสื่ออย่างง่ายดาย ในยุคปัจจุบันส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม เกิดพฤติกรรมเชิงลบมากยิ่งขึ้น เช่น ติดเกม ทำให้ขี้เกียจไปโรงเรียน นอนดึกเนื่องจากติดสื่อออนไลน์ที่ไม่มีขอบเขตเรื่องเวลาสามารถเข้าถึงได้ตลอด ทำให้ตื่นสายในที่สุดก็ไม่ไปโรงเรียน การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกด้านการศึกษาให้กับเด็กในระดับประถมศึกษาตอนปลาย และมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมและเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวก กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นเด็กชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อายุ 9-12 ปี จำนวน 40 คน กลุ่มเป้าหมายรองเป็นผู้นำชุมชน จำนวน 10 คน ผู้ปกครองของเด็ก จำนวน 20 คน และคนในชุมชน จำนวน 20 คน ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนในพื้นที่ สำรวจเด็กในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมเชิงลบด้านการศึกษา เช่น ไม่ไปโรงเรียน หนีเรียน ไม่เรียนต่อ เป็นต้น และประชุมหารือร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเชิงลบด้านการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทรัพยากรในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็ก ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย พบว่า เด็กมีแรงบันดาลใจในการเรียนหนังสือ เห็นความสำคัญของการเรียนหนังสือไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียนด้านสามัญ ด้านศาสนา เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน เป็นพื้นที่ให้เด็กได้ทำกิจกรรมและแสดงความสามารถผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ชุมชนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในการที่จะหนุนเสริมพัฒนาเด็กในพื้นที่ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการคัดเลือกเด็กที่มีอายุตามเกณฑ์ได้เรียนหนังสือภาคบังคับตามที่กฎหมายกำหนด แกนนำชุมชนให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้และเด็กกำพร้าในชุมชน เพื่อขอทุนสนับสนุนด้านการศึกษาให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเรียนหนังสือต่อไป
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546. (2546, 2 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 120 ตอนที่ 95 ก. หน้า 1-29.
พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2554). ผู้ปกครองและผู้เรียนหุ้นส่วนเพื่อคุณภาพของผู้เรียน. กรุงเทพฯ: แสงดาว.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550. (2550, 24 สิงหาคม. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 124 ตอนที่ 47 ก. หน้า 1-127.
รัศมี ศรีนนท์ และคณะ. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคไทยแลนด์ 4.0. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(2) : 331-343.
ศิริกาญจน์ โกสุมภ์. (2542). การมีส่วนร่วมของชุมชนและโรงเรียนเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
(วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ.
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. (2560). การศึกษากับปัญหาของเยาวชนไทย. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 จาก http://nidapoll.nida.ac.th/index.php?op=polls-detail&id=110
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.(2544). คู่มือการดำเนินงานเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อปฏิรูปการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช.
อคิน รพีพัฒน์. (2527). การมีส่วนร่วมของชุมชนในสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยในการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการพัฒนา. กรุงเทพฯ : ศักดิ์โสภาการพิมพ์.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
