การศึกษาปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ : กรณีศึกษา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
คำสำคัญ:
องค์การแห่งการเรียนรู้, ปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้กับระดับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ทำการศึกษากับบุคลากรสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข จำนวน 108 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามวัดระดับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้และปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ 4 ปัจจัย นำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์ด้วยการใช้ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยกำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการวิจัยพบว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขมีระดับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า บุคลากรมีการรับรู้องค์ประกอบขององค์การแห่งการเรียนรู้ด้านพฤติกรรมของผู้นำที่กระตุ้นการเรียนรู้ และด้านสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ส่วนองค์ประกอบด้านกระบวนการและการดําเนินการการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้กับระดับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า ปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ทั้ง 4 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยวัฒนธรรมองค์การ ปัจจัยบรรยากาศองค์การ ปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และปัจจัยการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ประกอบด้วย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ได้แก่ องค์การควรสร้างและจัดการองค์ความรู้เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ, ควรพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เป็นผู้พร้อมต่อการเรียนรู้อยู่เสมอ และควรพัฒนากลไกสนับสนุนการบริหารจัดการองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง สำหรับข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขควรจัดให้มีศูนย์บริหารจัดการความรู้ (KM Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงพัฒนาเครื่องมือ/ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ, อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง และควรจัดทำแผนการพัฒนาองค์การ/แผนยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
เอกสารอ้างอิง
1. กัญญ์ภัสสร ชาติชัยประเสริฐ. (2553). สุนทรียศาสตร์กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 50(3), 21-41.
2. เกศรี ลีลาศรีบรรจง. (2554). การประเมินองค์การแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการบริหาร คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
3. คณิศร บุญทวีวัฒน์. (2556). มิติวัฒนธรรมองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
4. ฉันทนา บุญชู. (2554). ปัจจัยที่เอื้อต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการโรงพยาบาลนครปฐม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
5. ชุตินันท์ มุ่งการนา. (2561). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์การ องค์การแห่งการเรียนรู้ กับประสิทธิภาพของเทศบาลนคร. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
6. นฤมล พุ่มจันทร์. (2551). วิธีการพัฒนาพนักงานขององค์การแห่งการเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่อง บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
7. นรีนาถ กาญจนเจตนี. (2560). กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับความสุขในการทำงาน : กรณีศึกษากรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
8. ปิยะ ศักดิ์เจริญ. (2558). องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต. วารสารครุศาสตร์, 43(2), 141-154.
9. พรฑิตา อังกินันทน์. (2560). แนวทางการพัฒนาองค์การประเภทธุรกิจธนาคารสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ กรณีศึกษา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ
คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
10. ภูริกานต์ วัจน์ประภาศักดิ์. (2557). ภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณ บุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ วัฒนธรรมองค์การ และผลการปฏิบัติงานของพนักงานระดับบังคับบัญชาในอุตสาหกรรมกระดาษแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยมหิดล.
11. รพีพัฒน์ ศรีสิลารักษ์. (2559). การรับรู้บรรยากาศองค์การและพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของพนักงานประจำสังกัดสายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์การ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน). วารสารปริทัศน์, 8(1) : 61-83.
12. รัตนา แสงจันทร์. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสภานศึกษากับการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอคลองใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด. งานนิพนธ์ปริญญาการศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
13. รุ้งนภา จันทร์ลี. (2562). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี.
14. สมบัติ กุสุมาวลี. (2553). เศรษฐกิจบนฐานความรู้: ฐานสำคัญของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์. For Quality, 156(7) : 106-111.
15. สกาวรัตน์ พานชูวงศ์. (2557). ลักษณะวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
16. สุภะรัฐ ยอดระบำ. (2561). การมุ่งสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลเกาะคา เทศบาลเมืองกระบี่ และเทศบาลนครขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
17. สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2561). สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (A Lifelong Learning Society). สืบค้นจาก https://www.trueplookpanya.com/blog/content/66056/-teaartedu-teaart-teaarttea-.
18. ศิริวิมล โพธิ์ไข่. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒธรรมองค์การกับองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1. งานนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
19. อนพัทย์ พูลสวัสดิ์. (2563). ตัวแบบวัฒนธรรมองค์การแห่งความยั่งยืน. วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(3), 112.
20. อภิชาญ ทองใบ. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง กับความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ตามการรับรู้ของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยงาน สังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสาธารณณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
ภาษาต่างประเทศ
21. David M. Garvin, et al. (2008). Is Yours a Learning Organization? Harvard Business Review, 86(3), 109-116.
22. Ford, D. F. (1997). Toward a learning organization: Guidelines for bureaucracies. Master’s thesis, Memorial University of Newfoundland. Dissertation Abstracts International, AAT MQ23134.
23. Garrate, B. (1990). An old idea that has come of age. People Management, 1(19), 25.
24. Goh, Swee C.. (1998). Toward a learning organization: The strategic building blocks. SAM Advanced Management Journal, 63(2), 15-22.
25. Kaiser, Sandra M. (2000). Mapping the Learning Organization : Exploring A Model of Organizational Learning. Dissertation for the Degree of Doctor of Philosophy of the Louisiana State University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
