ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้วเพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน

Main Article Content

คมสิทธิ์ เกียนวัฒนา
กฤติกา สายณะรัตร์ชัย

บทคัดย่อ

         การวิจัยครั้งนี้เป็นวิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสระแก้วเพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวชายเเดน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ย (gif.latex?\bar{x}) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยค่า t-test และการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน โดยวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance: ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า


         1. ผู้ตอบแบบสอบถามมีการรับรู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว รายการย่อย ด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ มากที่สุด (gif.latex?\bar{x}= 3.84, S.D. = 0.779) รองลงมาคือ ด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ (gif.latex?\bar{x} = 3.71, S.D. = 0.714)


         2. เมื่อเปรียบเทียบการรับรู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว ระหว่างผู้ตอบแบบสอบถามเพศชายและเพศหญิง พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


         3. เมื่อเปรียบเทียบการรับรู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว ระหว่างผู้ตอบแบบสอบถามระหว่างผู้ตอบแบบสอบถามที่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน พบว่า ด้านเศรษฐกิจและการเมือง และด้านสิ่งแวดล้อมทางสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เกียนวัฒนา ค., & สายณะรัตร์ชัย ก. (2020). ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้วเพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน. วารสารการบริการและการท่องเที่ยวไทย, 15(2), 3–13. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tourismtaat/article/view/241686
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Delegation of the European Union to Thailand. (2017). Thailand’s Border with its Neighbours. Retrieved April 24, 2017, from https://eeas.europa.eu/delegations/thailand/index_th.htm

Jareerat Daosuay. (2012). A Comparison of Satisfaction and Tourists’ Attitudes towards Tourism Products, Attraction Image, and Their Traveling Behavior between Pattaya and Huahin. Journal of Thai Hospitality and Tourism, 7(2), 57–68.

Nunnally, J. C. & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric Theory. 3rd ed. New York: McGraw-Hill.

Parama Satawatin. (2003). Principles of Communication Arts. Bangkok: Chulalongkorn University.

Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the Use of Content Specialists in the Assessment of Criterion-referenced Test Item Validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(1), 49–60.

[Sakaeo Provincial Center. (2016). Strategic Plan of Sa Kaeo Province. Retrieved July 18, 2017, from

https://www.sakaeo.go.th/strategy/plan_strategy.php.

Sakaeo Provincial Center. (2016). Sa Kaeo Province Development Plan (2018 – 2021), Retrieved May 8, 2017, from https://www.sakaeo.go.th

Swarbrooke, J. & Horner, S. (1999). Consumer Behavior in Tourism. New Delhi: Butterworth-Heinemann.

Wanna Wongwanit. (2003). Tourism Geography. 2nd ed. Bangkok: Wirat Education.

Wiwat Jankingthong. (2014). Destination Image in Thailand. Silpakorn University Journal, 34(1), 31–50.

Yamane, T. (1973). Statistic: An Introductory Analysis. Tokyo: Harper International Edition.