แนวทางการจัดการเพื่อความยั่งยืนทางการท่องเที่ยวที่มีต่อตลาดนํ้าตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง แนวทางการจัดการเพื่อความยั่งยืนทางการท่องเที่ยวที่มีต่อตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาลักษณะส่วนบุคคลที่มีผลต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีต่อตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (2) ศึกษาลักษณะสภาพแวดล้อมทางกายภาพ กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่มีผลต่อความพึงพอใจโดยรวมของนักท่องเที่ยวต่อตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร(3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวกับความพึงพอใจโดยรวมของนักท่องเที่ยวต่อตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (4) ศึกษาความพึงพอใจโดยรวมที่มีผลต่อแนวโน้มพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (5) ศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่มีผลต่อการแนะนำ / บอกต่อของนักท่องเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (6) เสนอแนะแนวทางการจัดการเพื่อความยั่งยืนทางการท่องเที่ยวต่อตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มคนที่ศึกษา คือ นักท่องเที่ยว และกลุ่มเจ้าหน้าที่เขตตลิ่งชัน/ผู้ประกอบการในตลาดน้ำตลิ่งชัน ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 26-35 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีความคิดเห็นต่อลักษณะสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และกิจกรรมการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน โดยรวมในระดับดี มีความถี่ในการท่องเที่ยว โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้ง/ 3 เดือน นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจที่ได้มาเที่ยวที่ตลาดน้ำตลิ่งชันและมีแนวโน้มที่จะแนะนำ/บอกต่อเกี่ยวกับการได้มาท่องเที่ยวที่ตลาดน้ำตลิ่งชันผลการวิจัยเชิงคุณภาพที่ได้จากการสัมภาษณ์ พบว่า ตลาดน้ำตลิ่งชันมีการจัดกิจกรรมอย่างยั่งยืนให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งการดำเนินงานจัดทำกิจกรรมต่างๆ ประชาคมตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นหลักในการทำกิจกรรม ส่วนสำนักงานเขตตลิ่งชัน เป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว
Article Details
เอกสารอ้างอิง
[2] กาญจนา อรุณสุขรุจี. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: บํารุงสาส์น.
[3] กมลรัตน์ โถวสกุล. (2550). การรับรู้เครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดที่มีผลต่อการท่องเที่ยวในตลาดนํ้าอัมพวาจังหวัดสมุทรสงคราม. การตลาดบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
[4] นพดล ภาคพรต. (2548). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว. ในเอกสารชุดฝึกอบรมทางไกลหลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน (หน่วยที่2) .นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
[5] บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิชาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
[6] ปณิศา ลัญชานนท์. (2548). หลักการตลาด. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
[7] เพชรศรี นนท์ศิริ. (2550). การพัฒนาการท่องเที่ยวชนบทของประเทศไทย: การถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์ในประเทศฝรั่งเศส. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, (2), 164-182.
[8] วิรุฬ พรรณเทวี. (2542). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยในอําเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
[9] ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2539). องค์การและการจัดการ (ฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ: ธนรัชการพิมพ์.
[10] สมาภรณ์ คงเจริญกาย. (2548). พฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้เข้ามาท่องเที่ยวที่มีผลต่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา.
[11] สิริอร ทองมั่ง. (2547). ทัศนคติที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎรธานี. สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการตลาด บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
[12] ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2557). คาดต่างชาติเที่ยวไทยเป็นบวกในไตรมาสสุดท้ายปีนี้...แต่ทั้งปี’ 57 ติดลบร้อยละ 5.8 และมีจํานวนทั้งสิ้น 25.0 ล้านคน (กระแสทรรศน์ฉบับที่ 2558). วันที่ค้นข้อมูล 21 พฤศจิกายน 2557, จาก https://www.kasikornresearch.com
[13] Dubrin, J. A. (1998). Leadership Research Findings, Practice, and Skills. New York: Houghton Mifflin.