การปรับใช้วรรณกรรมสินไซเพื่อการสื่อความหมายการท่องเที่ยวไทย

Main Article Content

Wanida Onlamai
Sutsan Suttipisan

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการปรับใช้วรรณกรรมสินไซเพื่อการสื่อความหมายการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเริ่มทำการศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิจากการทบทวนวรรณกรรมเชิงวิเคราะห์ แล้วจึงศึกษาข้อมูลปฐมภูมิโดยใช้การสำรวจทางกายภาพของพื้นที่วิจัยซึ่งประกอบด้วย 5 ชุมชนคือ (1) ชุมชนบ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น (2) ชุมชนบ้านหัวหนอง ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น (3) ชุมชนบ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น (4) ชุมชนบ้านดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม และ (5) ชุมชนบ้านหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลักซึ่งเป็นคนในชุมชนของพื้นที่วิจัย โดยดำเนินการวิจัยช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2558


          ผลการวิจัยพบว่า ทั้ง 5 ชุมชนมีการปรับใช้วรรณกรรมสินไซเพื่อการสื่อความหมายการท่องเที่ยวในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ รูปแบบเรื่องเล่าและรูปแบบจิตรกรรมฝาผนัง โดยที่ยังมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้สืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาเกี่ยวกับวรรณกรรมสินไซ ยกเว้นชุมชนบ้านหนองหมื่นถ่าน นอกจากนั้นพบว่า ชุมชนบ้านสาวะถียังมีรูปแบบประเพณีท้องถิ่นและรูปแบบการแสดงประเภทหมอลำ ชุมชนบ้านดงบังยังมีรูปแบบการแสดงทั้งประเทศหมอลำและประเภทหนังประโมทัย 


          บทความวิจัยยังได้เสนอแนวทางการปรับใช้วรรณกรรมสินชัยเพื่อการสื่อความหมายการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Onlamai, W., & Suttipisan, S. (2016). การปรับใช้วรรณกรรมสินไซเพื่อการสื่อความหมายการท่องเที่ยวไทย. วารสารการบริการและการท่องเที่ยวไทย, 11(1), 3–15. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tourismtaat/article/view/58910
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

[1] Aekachonniyom, Sumalee. (2009.) Mural (Hoop Tem) InSim I-San Art along the Mekong Issue 9 (September 2012 - August. 2013). 85 Bangkok: Matichon.

[2] Boonchayakorn, Provost. (2014, September 11). Abbot of Wat Chai Si Khon Kaen Province.

[3] Deesuankhok, Chob. (2009). Folk Literature of Sin Sai. (3rd Edition). Khon Kaen: Department of Education, Khon Kaen Municipality.

[4] Maza, Somsak. (2014, September 11). President of Local Volunteers to Maintain the Cultural Heritage.

[5] Pimpakun, Songwit. (2005). Local Student’s Education Through Art Production Site. Under Populist Phenomenon. Khon Kaen: Cultural Bureau Khon Kaen University.

[6] Pimpakun, Songwitand Xaysamouth Champaouthoum. (2014). Sinxay: Thai-Laos. Khon Kaen: Khon Kaen University.

[7] Saman Smatito Provost. (2014, September 12). Abbot of Wat Jakrawanphumpinij Roi Et Province.

[8] Suangkatin, Pongpichan. (2015). The Development of Tourism and Activities of Village Tourism Heaven Dragon Lijiang Suphanburi Province. Journal of Thai Hospitality and Tourism. 10(1), 59-70.

[9] Tavorn Potharuk Provost. (2014, September 13). Abbot of Wat Potharam. Maha Sarakham Province.

[10] Tourism Authority of Thailand (TAT) Khon Kaen Office. (2012). Another should - not - miss travelling route while visiting mid-Isan (Khon Kaen, Maha Sarakham, Roi Et, Kalasin). Bangkok: Tourism Authority of Thailand.

[11] Wiboon Sarakarn Provost. (2014, September 10). Abbot of Wat Sa Bua Kaeo. Khon Kaen Province.