การพัฒนารูปแบบและศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นสู่นักท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนาศักยภาพตลอดจนรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นสู่นักท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีความเข็มแข็ง มีศักยภาพ และมีความเหมาะสมที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ จำนวนทั้งสิ้น 13 กลุ่ม ใช้เครื่องมือในการศึกษาวิจัย ได้แก่ แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการสนทนากลุ่ม เพื่อเชื่อมโยงและหาความสัมพันธ์ของข้อมูล โดยใช้วิธีการพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถาม โดยวิเคราะห์หาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 55.7 มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานภาพปัจจุบันต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.95 มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความคาดหวังในอนาคตต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 และมีความต้องการมีส่วนร่วมต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.61 ได้แก่ การร่วมดำเนินกิจกรรม การร่วมติดตามประเมินผล และการร่วมวางแผน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 3.74 และ 3.61ตามลำดับ
- วิธีการในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีวิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ การบรรยายให้ความรู้ การอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว การสร้างทีมงาน การจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อให้ได้รูปแบบและกิจกรรมสำหรับการท่องเที่ยว การศึกษาดูงาน และการสนทนากลุ่ม (Focus group)
- รูปแบบการท่องเที่ยวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ การท่องเที่ยวงานเทศกาล การท่องเที่ยวเชิงศิลปหัตถกรรม และการท่องเที่ยวชมกิจกรรมทางวัฒนธรรม กำหนดโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยใช้ชื่อว่า “ถนนสายวัฒนธรรม จังหวัดอุบลราชธานี” แบ่งออกเป็น 4 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 เส้นทางเทียนพรรษา เส้นทางที่ 2 ตำนานลูกอีสานกับกระติบข้าว เส้นทางที่ 3 เครื่องทองเหลืองลมหายแห่งบ้านปะอาว และเส้นทางที่ 4 ภูมิปัญญาข้าวกล้องงอก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
[2] Community Enterprise Promotion Division. (n.d.) Community Enterprise Information Systems. Retrieved September 23, 2013, from https://smce.doae.go.th
[3] Community Enterprise Promotion Division, Department of Agricultural Extension. Electronic Document. Retrieved June 17, 2014, from https://www.sceb.doae.go.th/
[4] Department of Tourism. Thailand Tourism Statistics. Retrieved August 9, 2011, from https://www.tourism.go.th/home/details/11/221/24342
[5] Junhasobhaga, Jumnian. (2010). A Participatory Community Capacity Reinforcement Model for Sustainable Tourism Development in Lower Central Thailand. Doctor of Philosophy (Sociology), Ramkhamhaeng University.
[6] Khunon, Siyathorn. (2016). Cultural Dimensions and Hotel Commentating via Online Travel Agent Websites of Thai and Other National Customers: Samui Island. Journal of Thai Hospitality & Tourism. 11(1), 53-68.
[7] Office of the Permanent Secretary, Ministry of Tourism & Sport. Tourism South East civilizations. Retrieved September 13, 2013, from https://secretary.mots.go.th/ewt_news.php?nid=1637
[8] Srisuwan, Wansart. (2010). Model of Cultural Tourism Management through the Participation of Tapee River Basin Communities. Doctor of Philosophy (Cultural Science), Mahasarakham University.
[9] Thairath Online. Private chopped Four Stimulus State Solution is not the Point. Retrieved August 8, 2013, from https://www.thairath.co.th/content/362327