การศึกษาคำพิพากษาคดี Blue Sky
Abstract
เนื่องจากมีการตระหนักถึงผลประโยชน์ของเจ้าของอากาศยาน ผู้ให้เช่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการอากาศยานทุกฝ่ายในปี ค.ศ. 1925 ก่อให้เกิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง Private Air Law หรือ กฎหมายการบินของอากาศยานพาณิชย์ ส่งผลให้มีการริเริ่มกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดหาอากาศยานพาณิชย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง อีกทั้งเนื่องจากในปัจจุบันรัฐไม่ได้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในวงการธุรกิจการบินอีกต่อไป ดังนั้นจึงทำให้การเข้าซื้อกิจการของอากาศยานราคาแพงเป็นไปได้ยาก สายการบินจึงต้องมีการกู้ยืมเงินจากภาคเอกชน ก่อให้เกิดเป็นสัญญาจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนสำหรับอากาศยานพาณิชย์ และเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ลงทุนเห็นถึงผลประโยชน์ทางการค้า จึงต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกฝ่ายว่ากฎหมายเหล่านั้นสามารถคุ้มครองและสร้างความปลอดภัยให้แก่นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือทางการเงินเหล่านี้สามารถกำหนดหรือเลือกได้ภายใต้กฎหมายของรัฐหนึ่ง ในขณะที่อากาศยานดำเนินการอย่างต่อเนื่องในรัฐอื่น นอกจากนี้ด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย การซื้อขายอากาศยานมักจะเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตอำนาจศาลหลายแห่ง ดังนั้น ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันจึงก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในการทำธุรกรรมทางการเงินด้านการบินระหว่างประเทศ ซึ่งหากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขก็อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้
ตัวอย่างคดีที่เกิดจากปัญหาดังกล่าวในข้างต้น คือ คดี Blue Sky One ของประเทศอังกฤษ ซึ่งสามารถนำเสนอปัญหาต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของผู้ประกอบธุรกรรมทางการเงิน ผู้ให้เช่าอากาศยานพาณิชย์ สายการบิน และทนายความของแต่ละฝ่าย ซึ่งเป็นการอธิบายว่าฝ่ายต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในข้อตกลงทางการเงินของอากาศยานที่ได้รับผลกระทบอย่างไร
คดีดังกล่าวปรากฏให้เห็นถึงหลักการต่าง ๆ ที่ถูกนำมาปรับใช้ เช่น ความถูกต้องของการจำนองอากาศยานด้วยการใช้กฎหมายอังกฤษภายใต้สัญญาจำนองที่คู่สัญญาตกลงกันตามหลัก choice of law (หลักการเลือกกฎหมาย) แต่ศาลอังกฤษกำหนดให้ใช้ Lex situs ซึ่งเป็นกฎหมายของสถานที่ที่อากาศยานตั้งอยู่ ข้อเท็จจริงในคดีนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของการถือครอง ลูกหนี้ทำจำนองตามกฎหมายอังกฤษกับอากาศยานหลายลำ อากาศยานลำหนึ่งตั้งอยู่ในเนเธอร์แลนด์ในขณะที่มีการจำนอง ศาลพบว่าการจำนองไม่มีผลภายใต้กฎหมายของเนเธอร์แลนด์ และผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิ์บังคับใช้ข้อเรียกร้องกับอากาศยาน ซึ่งตามหลัก Lex situs หรือ Lex registri ถูกนำมาปรับใช้ในคดีนี้เพื่อกำหนดความสมบูรณ์ของการจำนอง และการมีผลของอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการรับรองระหว่างประเทศซึ่งสิทธิในอากาศยาน หรือ อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1948[3] ซึ่งประเทศอังกฤษลงนามไว้เพียงอย่างเดียว
Downloads
Published
Issue
Section
License

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
The manuscripts published in the Journal of Transport and Maritime Law (JTML) is the copyright of the JTML.
Any article or opinion appeared in the JTML will solely be under the responsibility of the author The Institute of Transport and Maritime Law, Faculty of Law, Thammasat University, and the editors of the JTML do not need to reach in agreement or hold any responsibility.