ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจย้ายถิ่นของแรงงาน สัญชาติเมียนมาในประเทศไทย
คำสำคัญ:
การย้ายถิ่น , แรงงานเมียนมา , ปัจจัยผลักปัจจัยดึง , การตัดสินใจ, ปัจจัยทางเศรษฐกิจบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจย้ายถิ่นของชาวเมียนมาเพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยพิจารณาปัจจัยด้านค่าจ้าง ค่าครองชีพ โอกาสในการทำงาน สวัสดิการแรงงาน รวมถึงปัจจัยผลักดันจากประเทศต้นทางและปัจจัยดึงดูดจากประเทศไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชาวเมียนมา จำนวน 408 คน ซึ่งประกอบด้วย 1) แรงงานที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย 2) ผู้ที่อยู่ระหว่างเตรียมเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย 3) ผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศเมียนมาและอยู่ระหว่างการตัดสินใจย้ายถิ่น ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองโลจิต และการวิเคราะห์ผลกระทบส่วนเพิ่ม
ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองโดยรวมมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่า LR chi-square เท่ากับ 97.05 และสามารถจำแนกการตัดสินใจย้ายถิ่นได้ถูกต้อง ร้อยละ 76.72 เมื่อพิจารณานัยสำคัญของตัวแปรรายตัวพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจย้ายถิ่นที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.10 ได้แก่ ระดับการศึกษา ภาระพึ่งพิงของครัวเรือน ประเภทงานที่ต้องการ ความสามารถในการออมเงิน ค่าจ้างที่เพียงพอต่อค่าครองชีพ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ความสอดคล้องระหว่างลักษณะงานกับความรู้ความสามารถ ความเป็นธรรมของหัวหน้างาน และสภาพเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในประเทศเมียนมา ผลการวิเคราะห์ผลกระทบส่วนเพิ่มพบว่า ภาระพึ่งพิงของครัวเรือนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความน่าจะเป็นในการตัดสินใจย้ายถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลมากกว่า 4 คน ซึ่งมีความน่าจะเป็นในการย้ายถิ่นสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีภาระพึ่งพิงประมาณ ร้อยละ 69.63 ในขณะที่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ความสามารถในการออมเงินที่จำกัด ความสอดคล้องระหว่างลักษณะงานกับความรู้ความสามารถ และการให้ความสำคัญกับสภาพเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเมียนมา มีความสัมพันธ์เชิงลบกับความน่าจะเป็นในการตัดสินใจย้ายถิ่นผลการวิจัยนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงสนับสนุนการวางแผนนโยบายแรงงานในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
De Haas, H. (2021). A theory of migration: The aspirations-capabilities framework. Comparative Migration Studies, 9(1), Article 8. https://doi.org/10.1186/s40878-020-00210-4
George, D., & Mallery, P. (2003). SPSS for Windows step by step: A simple guide and reference (4th ed.). Allyn & Bacon.
Harris, J. R., & Todaro, M. P. (1970). Migration, unemployment and development: A two-sector analysis. The American Economic Review, 60(1), 126-142.
International Labour Organization. (2019). World employment and social outlook: Trends 2019. https://www.ilo.org/sites/default/files/wcmsp5/groups/public/@dgreports/@dcomm/@publ/documents/publication/wcms_670542.pdf
Lee, E. S. (1966). A theory of migration. Demography, 3(1), 47-57. https://doi.org/10.2307/2060063
Massey, D. S., Arango, J., Hugo, G., Kouaouci, A., Pellegrino, A., & Taylor, J. E. (1993). Theories of international migration: A review and appraisal. Population and Development Review, 19(3), 431-466. https://doi.org/10.2307/2938462
McAuliffe, M., & Oucho, L. A. (Eds.). (2024). World migration report 2024. International Organization for Migration (IOM). file:///C:/Users/user/Downloads/pub2023-047-l-world-migration-report-2024_11.pdf
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.
Stark, O., & Bloom, D. E. (1985). The new economics of labor migration. The american Economic Review, 75(2), 173-178.
Tipayalai, K. (2020). Impact of international labor migration on regional economic growth in Thailand. Journal of Economic Structures, 9, Article 15. https://doi.org/10.1186/s40008-020-00192-7