เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.

คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์บทความ
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)
(ดาวน์โหลดฉบับ PDF)

         บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)  จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนบทความจะต้องยินยอมและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ รูปแบบ ขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอ บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ เพื่อตีพิมพ์ในวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)  อย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงในเนื้อหาและอ้างอิงในท้ายบทความ (References) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารในรูปแบบของ APA 7th edition  

        ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)  ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)  รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารได้กำหนดความซ้ำซ้อนของบทความด้วยโปรแกรม CopyCatch ในระบบ ThaiJO ไม่เกิน 20% 

        ข้อกำหนดและเงื่อนไขการส่งบทความ
1.สิ่งที่ผู้เขียนต้องแนบในขั้นตอนการส่งบทความมีดังนี้
           (ขอให้แนบไฟล์และเอกสารตามลำดับโดยให้แนบไฟล์บทความประเภท Microsoft Word เป็นลำดับสุดท้าย เพราะระบบตรวจสอบความซ้ำซ้อน CopyCatch จะตรวจจากไฟล์ที่ Upload ล่าสุด) 
           1.1 แบบฟอร์มส่งบทความและโอนลิขสิทธิ์ที่กรอกข้อมูลครบแล้ว (แบบฟอร์มการส่งบทความ)

           1.2 ผลการตรวจสอบความคล้ายคลึงโดยอักขราวิสุทธิ์ โดยขอให้แนบไฟล์ประเภท PDF

           1.3 ไฟล์บทความต้นฉบับที่จัดรูปแบบตาม Template แล้ว (MS Word)
ดาวน์โหลด Tempalte บทความวิจัย
ดาวน์โหลด Tempalte บทความวิชาการ  
ดาวน์เหลดรูปแบบการอ้างอิง APA7

2.ผู้เขียนต้องปรับรูปแบบการอ่างอิงเป็น APA 7th edition ตามที่วารกำหนดอย่างเคร่งคัด
3.ระยะเวลาการพิจารณาบทความประมาณ 2-3 เดือน
4.ในกรณีผู้เขียนยังไม่ส่งเอกสารหลักฐานและแบบฟอร์มส่งบทความและโอนลิขสิทธิ์ภายใน 4 สัปดาห์ นับจากวันส่งบทความเข้าระบบ ทางวารสารจะไม่ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับบทความนั้น ๆ และขอปฏิเสธโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

        ในเบื้องต้นบรรณาธิการจะรอผลการความคล้ายคลึงที่ตรวจสอบอัตโนมัติโดย CopyCatch ถ้าในกรณีผลการตรวจสอบอัตโนมัติโดย CopyCatch เกิน 20% ทางวารสารจะปฏิเสธการรับบทความ ถ้าต้องการที่จะส่งบทความตีพิมพ์จะต้องแก้บทความและทำการส่งใหม่ (Make New Submission) จนกว่าผลการตรวจสอบอัตโนมัติโดย CopyCatch จะไม่เกิน 20% CopyCatch คือระบบตรวจสอบความคล้ายคลึงที่ตรวจสอบอัตโนมัติในระบบ ThaiJo การตรวจสอบด้วยระบบอื่นก่อนส่งบทความไม่มีผลต่อการตัดสินใจของกองบรรณาธิการ 

ระยะเวลาในการดำเนินการต่อหนึ่งบทความ (เริ่มนับจากผล CopyCatch ผ่าน)

ขันตอนที่ 1 (1-2 สัปดาห์)

  • บรรณาธิการจะตรวจสอบความถูกต้องของบทความ โดยเฉพาะรูปแบบการอ้างอิงและองค์ประกอบของบทความตามที่วารสารกำหนด และจะส่งให้ผู้เขียนแก้ไข ในกรณีพบข้อผิดพลาด
  • ถ้าบทความผ่านการตรวจสอบรูปแบบและความคล้ายคลึง (CopyCatch) ไม่เกินตามที่วารสารกำหนด (20%) วารสารจะแจ้งให้โอนค่าตีพิมพ์และให้ผู้นิพนธ์บทความแนบสลิปหลักฐานการโอนเงิน
  • ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์ 3,500 บาท/บทความ
  • ช่องทางโอนค่าตีพิมพ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)เลขที่บัญชี 438-7-95824-4 (ชื่อบัญชี จิณณวัตร ปะโคทัง, ชยากานต์ เรืองสุวรรณ และรัตนะ ปัญญาภา (ชื่อกองบรรณาธิการสามคน) วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)  พร้อมแนบหลักฐานที่กระทู้สนทนา หรือ Discussion Box ในระบบ ThaiJo
  • วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.) ไม่มีนโยบายในการเก็บเงินค่าธรรมเนียมเกินที่กำหนดไว้ โปรดระวังมีบุคคลแอบอ้างเรียกเก็บเงินเพิ่ม ซึ่งทางวารสารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ขอรับผิดชอบโดยประการทั้งปวง

ขันตอนที่ 2 (4 สัปดาห์)

  • บรรณาธิการจะส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ตรวจประเมินคุณภาพบทความ โดยใช้เวลาตามที่กำหนดในระบบ คือ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ความช้าเร็ว หรือเกินกำหนดขึ้นอยู่กับผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ทางวารสารไม่สามารถควบคุม บังคับหรือเร่งรัดได้

ขั้นตอนที่ 3 (4 สัปดาห์)

  • เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิตรวจครบแล้ว ทางวารสารจะส่งให้ผู้เขียนแก้ไข โดยให้เวลา 4 สัปดาห์ ในการแก้ไขบทความขอให้ปฏิบัติดังนี้
  • ให้ไฮไลต์ข้อความส่วนที่แก้ไขตามข้อเสนอแนะผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 1 ด้วยสีเหลือง
  • ให้ไฮไลต์ข้อความส่วนที่แก้ไขตามข้อเสนอแนะผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 2 ด้วยสีเขียว
  • ให้ไฮไลต์ข้อความส่วนที่แก้ไขตามข้อเสนอแนะผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 3 ด้วยสีฟ้า
  • ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าไม่ได้แก้ไขตามคำแนะนำของผู้ประเมินบทความ และวารสารขอปฏิเสธการตอบรับบทความโดยไม่มีเงื่อนไข

ขันตอนที่ 4 (1-2 สัปดาห์)

  • หลังจากผู้เขียนส่งบทความฉบับแก้ไข (Upload file ตรง Revisions ใน Submission เดิม, ไม่ใช่การส่งบทความด้วยการ Submission ใหม่)
  • บรรณาธิการจะตรวจสอบความถูกต้อง ในกรณีที่พบความผิดพลาด จะส่งให้ผู้เขียนแก้ไขอีกครั้ง แต่ถ้าบทความฉบับแก้ไขไม่พบข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข บรรณาธิการจะตอบรับในระบบ และจะออกหนังสือตอบรับให้ภายในหนึ่งสัปดาห์

 

  1. วารสารจะไม่ออกหนังสือตอบรับให้ก่อนสิ้นสุดกระบวนการทั้ง 4 ขั้นตอนนี้เด็ดขาด
  2. ในกรณีที่บทความผ่านการอนุมัติแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อผู้นิพนธ์บทความได้ และผู้นิพนธ์ไม่ยอมแก้ไขบทความให้สมบูรณ์หรือแก้ไขบทความล่าช้าไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดทางวารสารขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่รับตีพิมพ์บทความและขอยกเลิกใบตอบรับตีพิมพ์บทความ โดยวารสารจะแจ้งผ่านทางอีเมล์จากระบบที่ผู้เขียนได้ลงทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น
  3.       การเลื่อนลำดับเพื่อเผยแพร่บทความในแต่ละฉบับ เป็นอำนาจและสิทธิ์ในการตัดสินใจของกองบรรณาธิการ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของบทความ ในกรณีที่พบว่าบทความและกระบวนการการส่งบทความในระบบไม่สมบูรณ์
  4.       ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการของบทความ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ ThaiJo โดยกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ทราบในระบบของวารสารโดยเฉพาะช่องทางกระทู้สนทนา (Discussion Box)

 

การเตรียมต้นฉบับ

1.ภาษา  เขียนบทความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่ละเรื่องจะต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และการเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน อย่างไรก็ตาม ให้หลีกเลี่ยงการเขียนภาษาอังกฤษปนภาษาไทยในข้อความ ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น ศัพท์ทางวิชาการที่ไม่มีคำแปล หรือคำที่ใช้แล้วทำให้เข้าใจง่ายขึ้น คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เขียนปนภาษาไทยให้ใช้ตัวเล็กทั้งหมด ยกเว้นชื่อเฉพาะ  สำหรับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องด้านการใช้ภาษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษก่อน

2.ขนาดของต้นฉบับ  ใช้กระดาษขนาด A4 (8.5 x 11 นิ้ว) และพิมพ์โดยเว้นระยะห่างจากขอบกระดาษด้านละ 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) จัดเป็นหนึ่งคอลัมน์ ระยะห่างระหว่างบรรทัดใช้ single space

3.ชนิดและขนาดตัวอักษร  ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ใช้ตัวอักษร THSarabun New ดังรายละเอียด

3.1 ชื่อเรื่อง ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 18 pt. ตัวหนา

3.2 ชื่อ-นามสกุลผู้นิพนธ์ ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 16 pt. ตัวปกติ ไม่ต้องระบุตำแหน่งทางวิชาการ คำนำหน้า นาย/นาง/นางสาว/คุณ/ยศตำแหน่ง (ยกเว้นกรณีเป็นพระภิกษุ)

3.3 ต้นสังกัดหรือที่อยู่ของผู้นิพนธ์ ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 14 pt. ตัวปกติ ระบุเฉพาะหน่วยงานที่สังกัดโดยไม่ต้องระบุตำแหน่งหน้าที่ (เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน, ที่ปรึกษา, อาจารย์ประจำหลักสูตร)

3.4 บทคัดย่อ/Abstract ใช้ฟอนท์   THSarabun New ขนาด 16 pt.  ตัวหนา

3.5 เนื้อหาบทคัดย่อ (ไทย/English) ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 15 pt. ตัวปกติ (ไม่เกิน300 คำ)

3.6 คำสำคัญ/Keywords (5 คำ) ใช้ฟอนท์  TH SarabunPSK ขนาด 15 pt. ตัวหนา/ปกติ

3.7 หัวข้อหลัก ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 16 pt.  ตัวหนา

3.8 เนื้อหา ใช้ฟอนท์  THSarabun New ขนาด 16 pt.  ตัวปกติ

4.การพิมพ์ต้นฉบับ ผู้เสนอผลงานจะต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลเป็น “.doc” หรือ “.docx” (MS Word) เท่านั้น

5.จำนวนหน้า  ความยาวของบทความไม่เกิน 15 หน้า รวมตาราง รูปภาพ และเอกสารอ้างอิง

6.รูปภาพ ในกรณีที่ผู้เขียนบทความ มีภาพ กราฟฟิก หรือแผนภูมิประกอบบทความ ควรบันทึกไฟล์รูปภาพ กราฟฟิก หรือแผนภูมิเป็นนามสกุล “.jpg” หรือ “.jpeg” โดยเขียนบรรยายใต้ภาพ ตัวอักษรขนาด 15 pt

 

รูปแบบการเขียนต้นฉบับ

        บทความวิจัย

1.ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของงานวิจัย ไม่ใช้คำย่อ ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ชื่อเรื่องให้มีทั้งภาษาไทย และอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน

2.ชื่อผู้นิพนธ์ Author(s) และที่อยู่ ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบุหน่วยงานหรือสถาบัน ที่อยู่ และ E-mail address ของผู้นิพนธ์ โดยไม่ต้องระบุตำแหน่งหรือคำนำหน้า เช่น นาย นางสาว ผู้อำนวยการ เป็นต้น เพื่อกองบรรณาธิการใช้ติดต่อเกี่ยวกับต้นฉบับและบทความที่ตีพิมพ์แล้ว

3.บทคัดย่อ (Abstract) เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้น และมีเนื้อหาครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ความยาวไม่เกิน 300 คำ หรือ 15 บรรทัด ไม่ควรใช้คำย่อที่ไม่เป็นสากล และให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ

4.คำสำคัญ (Keywords) ให้ระบุไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ไม่เกิน 5 คำ

5.บทนำ (Introduction) เป็นส่วนเริ่มต้นของเนื้อหา ที่บอกความเป็นมา เหตุผล และวัตถุประสงค์ ที่นำไปสู่การทำงานวิจัยนี้ รวมถึงทฤษฎี วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในครั้งนี้พอสังเขป

6.วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ให้ระบุรายละเอียดวิธีการศึกษาวิจัย ประกอบด้วยขอบเขต  ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ วิธีการเก็บข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลตามลักษณะที่เหมาะสมของงานวิจัย 

7.ผลการวิจัย (Results) รายงานผลการศึกษาที่ค้นพบ ตามลำดับหัวข้อของการศึกษาวิจัย อย่างชัดเจนได้ใจความ ถ้าผลไม่ซับซ้อน ไม่มีตัวเลขมาก ควรใช้คำบรรยาย แต่ถ้ามีตัวเลข หรือตัวแปรมาก ควรใช้ตาราง กราฟ หรือแผนภูมิแทน ในบทความไม่ควรมีเกิน 5 ตาราง หรือแผนภูมิ

8.การอภิปรายและสรุปผล (Discussion and Conclusion) แสดงให้เห็นว่าผลการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์ของงานวิจัย หรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่ อย่างไร เหตุผลใดจึงเป็นเช่นนั้น และมีพื้นฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และให้จบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ควรมีประเด็นคำถามการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป

9.ตาราง รูปภาพ แผนภูมิ (Table, figure, and diagram) ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็น แยกออกจากเนื้อเรื่อง โดยเรียงลำดับให้สอดคล้องกับคำอธิบายในเนื้อเรื่อง และต้องมีคำอธิบายสั้น ๆ แต่สื่อความหมายได้สาระครบถ้วน กรณีที่เป็นตาราง คำอธิบายอยู่ด้านบน ส่วนรูปภาพ แผนภูมิ คำอธิบายอยู่ด้านล่าง

10.กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) ระบุสั้น ๆ ว่างานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุน และความช่วยเหลือจากองค์กรใด หรือบุคคลใดบ้าง

11.องค์ความรู้ใหม่ ให้ผู้เขียนสรุปแนวคิด หรือ องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากการสังเคราะห์วิเคราะห์ในบทความ ประมาณ 1 ย่อหน้า ไม่เกิน 10 บรรทัด หรือ ทำเป็นภาพ หรือ แผนภูมิ นำเสนอแนวทาง

12.เอกสารอ้างอิง ระบุรายการเอกสารอ้างอิงให้ครบถ้วนที่ท้ายเรื่อง โดยใช้ระบบการอ้างอิงแบบ APA (7th Edition) 

        บทความวิชาการ

        ต้องมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ บทคัดย่อ คำสำคัญ บทนำ เนื้อหา บทสรุป องค์ความรู้ใหม่ และเอกสารอ้างอิง

        บทวิจารณ์หนังสือ

        ต้องมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ข้อมูลทางบรรณานุกรม ชื่อผู้วิจารณ์ บทวิจารณ์

 

การอ้างอิงเอกสาร

        การอ้างอิงในเนื้อหา

        ใช้รูปแบบ APA7th Edition คือ ระบุเพียงนามผู้เขียน และปีที่พิมพ์ ดังนี้

        1.การอ้างอิงหน้าข้อความ  ชื่อผู้แต่ง/(ปีพิมพ์).....................

        ตัวอย่าง 

        ประเวศ วะสี (2554) ได้เน้นความสำคัญของสารสนเทศในสังคมยุคโลกาภิวัตน์เทียบเท่ากับอำนาจ ใครมีสารสนเทศมากกว่าย่อมมีอำนาจมากกว่าผู้อื่น….

        2.การอ้างอิงหลังข้อความ ...................(ชื่อผู้แต่ง, ปีที่พิมพ์)

        ตัวอย่าง 

        นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การเลือกเรื่องที่จะทำวิจัย การเลือกผู้เข้าร่วมวิจัย การดำเนินการวิจัย ตลอดจนนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ (นงนุช ธานี, 2552)

 

        การเขียนอ้างอิงเอกสารส่วนท้ายเรื่อง

        ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามรูปแบบ APA 7th Edition  การเขียนเอกสารอ้างอิง

 

หนังสือ

ชื่อผู้เขียน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง

อภิชัย พันธเสน. (2544). พุทธเศรษฐศาสตร์ : วิวัฒนาการ ทฤษฎีและการประยุกต์กับเศรษฐศาสตร์สาขาต่าง ๆ (พิมพ์ครั้งที่ 2). อมรินทร์.

Collins, Randall. (1974). Conflict Sociology (7thed).  Academic Press.

 

บทความจากวารสาร

ผู้เขียน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความ.//ชื่อวารสาร.//ปีที่(ฉบับที่),/หน้าแรกของบทความ-หน้าสุดท้ายของบทความ.

ตัวอย่าง

วรวัฒน์ พิพัฒน์ผล. (2551). การจัดการความรู้เรื่องการประกันคุณภาพ. วารสารมนุษยศาสตร์ศึกษา4(1), 1-13.

Gatten, Jeffrey N. (2004). Measuring Consortium Impact on User Perception: OhioLINK and LibQUAL. The Journal of Academic Librarianship30(3), 115-135.

 

รายงานการวิจัย

ชื่อผู้เขียน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่องานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์.//วิทยานิพนธ์....ระบุระดับปริญญา มหาวิทยาลัย....ระบุมหาวิทยาลัย.....

ตัวอย่าง

พิฆาต  เพชรอินทร์. (2544). การศึกษาเปรียบเทียบทัศนะเรื่องความตายในหลักคำสอนของพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนา ที่มีผลต่อพฤติกรรมของพุทธศาสนิกชนทั้งสองในจังหวัดนครนายก. วิทยานิพนธ์อักษร ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยมหิดล.

Buppha Devahuti. (1975). Use of Computer in Series Control in Thai Libraries. Master of Art’s Thesis, Chulalongkorn University.

 

เว็บไซต์

ผู้แต่ง./(2541)./ชื่อเรื่อง./URL

ตัวอย่าง

เครือข่ายกาญจนาภิเษก. (2541). โครงการพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์. http://www.rdpb.go.th/king/king _news16.html

 

การสัมภาษณ์

ผู้ให้สัมภาษณ์./(2541)./หัวข้อที่สัมภาษณ์/(สัมภาษณ์).//ตำแหน่ง/หน่วยงานที่สังกัดหรือที่อยู่./วันที่/เดือน/ปีที่สัมภาษณ์.

ตัวอย่าง

ขนิษฐา ลาพรมมา. (2551). ลายหมี่และลายผ้าไหมกาบบัว (สัมภาษณ์). ช่างทอผ้า ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านบอน บ้านเลขที่ 88 หมู่ 2 บ้านบอน ตำบลบอน อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี.  25 พฤษภาคม 2551.

Korn Tapparangsi. (1999). AIDS Situation in Thailand (Interview). The Minister, Ministry of Public Health, 17 July 1999.

 

รายงานการประชุมและสัมมนาทางวิชาการ

ชื่อสกุลผู้เขียน./(ปีพิมพ์)./ชื่อเรื่อง./ใน/ชื่อบรรณาธิการ (บ.ก.), ชื่อการประชุม./(หน้าแรกของบทความ-หน้าสุดท้ายของบทความ)./สถานที่พิมพ์หรือหน่วยงานที่จัดประชุมวิชาการ.

ตัวอย่าง

รัตนาธร ปัญญากร. (2556). การวินิจฉัยความดีในพระพุทธศาสนา. ใน รตินนท์ ภิญโญ (บ.ก.), การประชุมวิชาการระดับชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งความสุข ครั้งที่ 9. (น. 3–14). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งความสุข.

Panyapa, P. (2022). The Buddhist Way for Life Promotion. In Sivakarn, P. (edit.), Buddhist Economics foe Life Development. (pp. 13-25). Graduate School, Happiness University.