รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี 2) พัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 194 คน ผู้เชี่ยวชาญ 13 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบบันทึกการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม แบบตรวจสอบ แบบประเมิน แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ และแบบสังเกต การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และใช้ค่าสถิติ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าที ค่าคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ และค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี สามารถสรุปผลการวิจัย ดังนี้
1.1 การศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1) แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบและการพัฒนารูปแบบ 2) แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาครู 3) แนวคิดเกี่ยวกับสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4) แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัล 5) แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 6) บริบทของโรงเรียนบ้านม่วงนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 และ 7) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.2 ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ผลการวิจัยพบว่า ครูโรงเรียนบ้านม่วงนาดี มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับมากที่สุด ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มี 6 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) การออกแบบและวางแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน 3) การใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี 4) การจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสัมพันธ์เชิงบวกและความปลอดภัยทางใจ 5) การวัดและประเมินผล และ 6) การสนับสนุนและทรัพยากร
- ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี ที่พัฒนาขึ้นมี 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการพัฒนา 4) ระบบสนับสนุน 5) เงื่อนไขความสำเร็จ และ 6) การประเมินผล ซึ่งรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบมีความถูกต้องและความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ผลการวิจัยพบว่า ผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านม่วงนาดี จากการนำรูปแบบการบริหารไปใช้ตามวงจร PDCA (Plan – Do – Check – Act) ตลอด 4 วงรอบ พบว่า ครูมีสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและถึงระดับดีมากที่สุด ในวงรอบที่ 3 และคงอยู่ในระดับนี้จนถึงวงรอบที่ 4 ซึ่งสะท้อนความยั่งยืนของการพัฒนา ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัล สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หลังการใช้รูปแบบ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัลของครูในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการใช้สื่อและการวัดประเมินผล ซึ่งบ่งชี้ว่านักเรียนมีความสุขและมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ และครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการบริหารนี้ได้รับการตอบรับและสร้างความพึงพอใจแก่ครูผู้สอนเป็นอย่างสูง เมื่อพิจารณาความพึงพอใจในแต่ละด้าน พบว่า ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน
- ผลกระทบของการใช้รูปแบบการบริหาร พบว่า รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านม่วงนาดี มีความเหมาะสม มีคุณภาพ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ส่งผลให้สมรรถนะของครูเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดในกลุ่มนักเรียน และได้รับความพึงพอใจและการยอมรับจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งจากครูและนักเรียน ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของรูปแบบในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้อย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับ ปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร). กระทรวงศึกษาธิการ.
กมลวรรณ วงษาเนาว์. (2567). การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วารสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2, 2(1),
เกรียงไกร ป้องศรี. (2567). โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สำหรับครูมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ชานนท์ คำปิวทา (2565). รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นิศารัตน์ ชื่นใจ. (2564). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 4(3), 101–115.
โรงเรียนบ้านม่วงนาดี. (2566). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ตนเองของโรงเรียนบ้านม่วงนาดี ปี 2566. โรงเรียนบ้านม่วงนาดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5.
โรงเรียนบ้านม่วงนาดี. (2567). รายงานผลการประเมินตนเองของโรงเรียนบ้านม่วงนาดี ประจำปีการศึกษา 2566. โรงเรียนบ้านม่วงนาดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5.
สุจิตรา เทียนสวัสดิ์. (2562). การวิจัยทางการศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนุสสรา เฉลิมศรี. (2563). การพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูประถมศึกษาด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีการศึกษา 2563.
อรไท แสงลุน. (2564). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโดยใช้การศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Hamzah, N. H., Nasir, M. K. M., & Wahab, J. A. (2021). The effects of principals’ digital leadership on teachers’ digital teaching during the Covid-19 pandemic in Malaysia. Journal of Education and e-Learning Research, 8(2), 216–221.
Hattie, J. (2023). Visible learning: The sequel — A synthesis of over 2,100 meta-analyses relating to achievement. Routledge.