รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3

Main Article Content

กุลธิดา อดิลักษณ์ศิริ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา 2. พัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา    3. ศึกษาการนำรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียนไปสู่การปฏิบัติ 4. ประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้


            (1) แนวทางการบริหารสถานศึกษา พบว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมตามกรอบ POLCE ผสานวงจร PDCA เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด สภาพปัจจุบันของการบริหารอยู่ในระดับ “มาก” โดยด้านการนำและการอำนวยการสูงที่สุด แต่การจัดระบบและทรัพยากรต่ำที่สุด ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับ “มากที่สุด” ทุกด้าน ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริหารเชิงโครงสร้างที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ (2) องค์ประกอบของรูปแบบ พบว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ ระบบและกลไก เงื่อนไขความสำเร็จ และแนวทางนำรูปแบบไปใช้ ซึ่งสะท้อนความครบถ้วนขององค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเชิงมีส่วนร่วมและสามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทโรงเรียนพื้นที่สูง (3) ผลจากการนำรูปแบบไปใช้ พบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกใน 4 มิติ ได้แก่ ครู นักเรียน โรงเรียน และชุมชน โดยครูมีบทบาทเชิงรุกในการออกแบบกิจกรรมบูรณาการ นักเรียนแสดงศักยภาพด้านการคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันเพิ่มขึ้น โรงเรียนมีระบบบริหารที่ชัดเจนขึ้น และชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้นในกระบวนการจัดการศึกษา (4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์  ในระดับ มากที่สุด โดยผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ารูปแบบสามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้จริง ผู้เรียนมีทักษะด้านนวัตกรรมอยู่ในระดับ มาก โดยทักษะการทำงานร่วมกันสูงที่สุด รองลงมาคือ ทักษะความคิดสร้างสรรค์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อดิลักษณ์ศิริ ก. (2026). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 8(2), 254–267. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/285065
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลลักษณ์ นาปรัง. (2567). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสารภาษาไทยกลางของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ สำหรับโรงเรียนระดับกลุ่มโมกขละ อำเภอท่าสองยาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2. วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์, 10(1), 1–20.

ฉวีวรรณ สุวรรณาภา. (2558). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อเสริมทักษะการคิด ในรายวิชาสัมมนาสังคมศึกษา ของนิสิตสาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 3(2), 1–19.

ดุสิตา เลาหพันธุ์ เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิตและปัญญา ธีระวิทยเลิศ. (2566). รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่สําหรับโรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด.วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 3(5), 811-834.

ภัคสิฐาพร เจริญสวัสดิ์. (2568). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดกลาง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี. วารสารครุศาสตร์และการจัดการศึกษา, 7(1), 1–18.

โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา. (2566). รายงานการประเมินตนเองโรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา ปีการศึกษา 2565. โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา.

สุธาสินี บุญญาพิทักษ์, จริญญา ธรรมโชโต และ กรุณา แดงสุวรรณ. (2560). โครงการนวัตกรรมการพัฒนานักศึกษาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกัน: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.