สมรรถนะการเรียนรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง -
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสมรรถนะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง ผู้วิจัย ได้ดำเนินการกระบวนการวิจัยกับ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นประชากรจำนวน 446 คน และ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 210 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ แบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2) แบบสอบถาม เพื่อศึกษาความรู้ ทักษะการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีการกำหนดเกณฑ์วิเคราะห์ข้อมูล คือ วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใช้สูตรคำนวณของ Krejcie & Morgan ระดับความเชื่อมั่น 95 % การวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard- Deviation)
ผลการวิจัยพบว่า ส่วนที่ 1: พบว่า ผลการให้ความสนใจและรู้จักแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของนักเรียน คือ 100 เปอร์เซ็นต์ และผลอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนที่ 2: 1) ผลการวิจัย ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี พบว่า ค่า X̄ = 94.38 ค่า S.D = 2.604 และผลระดับคะแนนเฉลี่ย คือ 4.72 อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ทักษะการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ พบว่า ค่า X̄ = 92..86, ค่า S.D = 3.128 และผลระดับคะแนนเฉลี่ย คือ 4.39 อยู่ในระดับมาก 3) การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ พบว่า ค่า X̄ = 94.33, ค่า S.D = 2.000 และผลระดับคะแนนเฉลี่ย คือ 4.76 อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฤษฎา จันทร์สุริยา (2555). นวัตกรรมการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2557). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยSPSS และ AMOS.
พิมพ์ครั้งที่ 15. นนทบุรี : เอส อาร์พริ้นติ้งแมสโปรดดักส์ จำกัด.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปวีณา คำพุกกะ. (2557). สถิติธุรกิจ. อุบลราชธานี : พิมพลักษณ์.
พิริยะ อุตมฉันท์. (2567). การใช้ Generative AI ในการทำวิจัย:แนวทางปฏิบัติและข้อควรระวัง.
วารสารระบบสารสนเทศด้านธุรกิจ (JISB) ปีที่10 ฉบับที่ 2-3 เดือน พฤษภาคม - ธันวาคม 2567.
พัณบงกช ปาณมาลา,กิตติชัย รุจิมงคล และประสิทธิ์ ศรเดช. (2567) การศึกษาทักษะการเรียนรู้ชีวิต
ในยุคดิจิทัล ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอำเภอปากเกร็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี จังหวัดนนทบุรี.วารสารพุทธจิตวิทยา.ปีที่ 9 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2567.
ศรินญา อินบัวทอง. (2566). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะ
ความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบการสอนสืบเสาะหาความรู้ 5E ในการทำ น้ำผลไม้เกล็ดน้ำแข็งรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. สืบค้น เมื่อวันที 1 ธันวาคม 2568 จาก. https://storage.inskru.com ›.
Andriy Khomyn. (2023). The Complete Guide To Building Educational Apps In
: From Concept To Launch. Retrieved November 25, 2025. from.
https://soloway.tech/blog/the-complete-guide-to-building-educational-apps/.
Bray, Erick & Aoki, Kumiko & Blue Gosh, Larry. (2008). Predictors of Learning Satisfaction
in Japanese Online Distance Learners. International Review of Research in Open
and Distance Learning. 9(3).1-24.
Drent and Meelisen. (2008). Which factors obstruct or stimulate teacher educators
to use ICT innovatively?. Computer & Education, 51, 187-199.
Hargreaves, A., & Fink, D. (2006). Sustainable leadership. Jossey-Bass. Krejcie, R. & Morgan, D. (1970). “Determining sample sizes for research activities.”
Educational and Psychological Measurement 30: 607-610.
UNESCO’s Information for All Programme (IFAP). (2011). Digital literacy in education. Retrieved, November 25, 2025. From. https://unesdoc.unesco.org/ark /48223/pf0000214485? posInSet=1&queryId=242f2a3a-1edd-4395-91d0-83917729e705.