วิวัฒนาการและแนวโน้มของเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ

Main Article Content

วิชชา เจริญสุข

บทคัดย่อ

เทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองสามมิติ (3D Modeling) มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบ วิศวกรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในหลายสาขา บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวิวัฒนาการและวิเคราะห์แนวโน้ม ของเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองสามมิติ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์กราฟิกในทศวรรษ 1960 จนถึงเทคโนโลยีร่วมสมัย โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ควบคู่กับการสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กระบวนการศึกษามุ่งเน้นการพิจารณาพัฒนาการของเทคโนโลยีแกนหลัก เทคนิคการสร้างแบบจำลอง และแนวทางการประยุกต์ใช้งานในบริบทปัจจุบัน การวิเคราะห์สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีจากการแสดงผลแบบโครงร่างลวดไปสู่การสร้างแบบจำลองพื้นผิวและรูปทรงสามมิติที่มีความแม่นยำและสมจริงมากขึ้น รวมถึงบทบาทของระบบคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ (CAD) และเทคนิคเชิงเรขาคณิต เช่น NURBS และการแบ่งย่อยพื้นผิว ที่สนับสนุนการจัดการรูปทรงซับซ้อน นอกจากนี้ การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ได้ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานและประสบการณ์ของผู้ใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นการพัฒนาไปสู่รูปแบบปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีความจริงเสมือน ความจริงเสริม และระบบอัจฉริยะ ขณะเดียวกันยังคงมีความท้าทายด้านมาตรฐานข้อมูลและความเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการออกแบบดิจิทัลกับการผลิตจริง บทความนี้จึงมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจเชิงระบบเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองสามมิติ และสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการวิจัยและพัฒนาในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เจริญสุข ว. (2026). วิวัฒนาการและแนวโน้มของเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ. วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, 9(1), 112–120. https://doi.org/10.14456/jsmt.2026.8
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

Dyn, N., Levine, D., & Gregory, J. (1990). A butterfly subdivision scheme for surface interpolation with tension control. ACM Transactions on Graphics, 9,(3), 160 - 169. https://doi.org/10.1145/78956.78958

Egelhoff, K., Idzi, P., Bargiel, J., Wyszynska-Pawelec, G., Zapała, J., & Gontarz, M. (2022). Implementation of cone beam computed tomography, digital sculpting and three-dimensional printing in facial epithesis - A technical note. Applied Sciences, 12(23), 11974. https://doi.org/10.3390/app122311974

Egger, B., Smith, W. A. P., Tewari, A., Wuhrer, S., Zollhoefer, M., Beeler, T., Bernard, F., Bolkart, T.,Kortylewski, A., Romdhani, S., Theobalt, C., Blanz, V., & Vetter, T. (2020). 3D morphable face models-Past, present, and future. ACM Transactions on Graphics, 39(5), 157 – 167.https://doi.org/10.1145/3395208

Ghuge, G. D. (2023). 3D Modelling: A review. International Journal of Advanced Research in Science, Communication and Technology (IJARSCT), 3(3), 614 - 623. https://doi.org/10.48175/ijarsct-14377

Giraldi, L., Burberi, M., Morelli, F., & Maini, M. (2021). A new graphic user interface design for 3D modeling software for children. Springer.

Liu, H.T. D., Kim, V. G., Chaudhuri, S., Aigerman, N., & Jacobson, A. (2020). Neural subdivision. ACM Transactions on Graphics, 39(4), 124 – 135. https://doi.org/10.1145/3386569.3392418

Majerik, J., & Jambor, J. (2015). Computer aided design and manufacturing evaluation of milling cutter when high speed machining of hardened steels. 25th DAAAM International Symposium on Intelligent Manufacturing and Automation, 2014. Procedia Engineering, 100, 450-459.

Meshy. (2023). The easiest way to create a 3D model [In Thai]. https://www.meshy.ai

Peng, M., Xing, J., & Wei, L.Y. (2017). Autocomplete 3D sculpting. ACM Transactions on Graphics,37(4), 23 – 43.

Piegl, L. A., & Tiller, W. (1996). The NURBS Book (2nd ed.). Springer.

Schmidt, R., & Singh, K. (2010). Meshmixer: an interface for rapid mesh composition. In SIGGRAPH10: ACM SIGGRAPH 2010 Talks. https://doi.org/10.1145/1837026.1837034