ทฤษฎีการรับรู้จังหวะเชิงพหุประสาทสัมผัส: การสร้างกรอบนวัตกรรมระบบสีตัวโน้ต (อนุสิทธิบัตร) เพื่อพัฒนาศาสตร์การสอนกลองชุดยุคดิจิทัล
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: “ทฤษฎีการรับรู้จังหวะเชิงพหุประสาทสัมผัส” ผ่านการพัฒนาและการทดสอบเชิงประจักษ์ของ “กรอบนวัตกรรมระบบสีตัวโน้ต (อนุสิทธิบัตร)” ซึ่งถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น Perceptual Coding System เพื่อเสริมสร้างทักษะการรับรู้จังหวะความแม่นยำเชิงปฏิบัติกลองชุดและการลดภาระทางการรับรู้ของผู้เรียนในบริบทการศึกษาดนตรียุคดิจิทัล วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อประเมินตรวจสอบและอธิบายเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับประสิทธิผลของ “ทฤษฎีการรับรู้จังหวะเชิง พหุประสาทสัมผัส” ผ่านการพัฒนาและการทดสอบเชิงประจักษ์ของ “กรอบนวัตกรรมระบบสีตัวโน้ต (อนุสิทธิบัตร)” ในฐานะ Perceptual Coding System เพื่อเสริมสร้างทักษะการรับรู้จังหวะความแม่นยำเชิงปฏิบัติกลองชุดและการลดภาระทางการรับรู้ของผู้เรียนในบริบทการศึกษาดนตรียุคดิจิทัล ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยใช้ระเบียบวิธีกึ่งทดลองเชิงสาเหตุร่วมกับการสร้างแบบจำลองอธิบายโดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 45 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงแบ่งเป็นผู้เรียนที่มีพื้นฐานดนตรี 30 คน และผู้เรียนที่ไม่มีพื้นฐานดนตรี 15 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย Rhythm Cognition Test, Drum Performance Accuracy Scale และ Cognitive Load Index ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC ≥ .80) และความเชื่อมั่น (α > .85) ผลการวิจัย: พบว่า ระบบสีตัวโน้ตมีประสิทธิผลสูงต่อการพัฒนาทักษะเชิงดนตรีทุกมิติกลุ่มนักเรียนดนตรีมีพัฒนาการด้าน Rhythm Cognition เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (t = 19.82, p < .001, d = 3.62) เช่นเดียวกับกลุ่มไม่มีพื้นฐานดนตรีซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 74% (t = 14.05, p < .001, d = 3.62) ด้านความแม่นยำเชิงปฏิบัติกลุ่มผู้เรียนใหม่ลดข้อผิดพลาดเชิงเวลาได้มากกว่า 60% สอดคล้องกับทฤษฎี auditory–motor integration ขณะที่ภาระทางการรับรู้ลดลงอย่างเด่นชัดในทั้งสองกลุ่ม โดยกลุ่มไม่มีพื้นฐานลดลงถึง 40.3% ตามกรอบ Cognitive Load Theory นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า Rhythm Cognition และ Accuracy มีความสัมพันธ์สูง (r = .81, p < .001) ขณะที่ Cognitive Load มีความสัมพันธ์เชิงลบกับผลการปฏิบัติ (r = –.68, p < .001) สะท้อนกลไกระดับพหุประสาทสัมผัสที่สอดคล้องกับทฤษฎีปัจจุบัน สรุป: ผลลัพธ์ทั้งหมดชี้ชัดว่า นวัตกรรมระบบสีตัวโน้ตที่ได้รับอนุสิทธิบัตรมิได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสื่อการสอนเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็น “ระบบรหัสทางการรับรู้” ที่สามารถอธิบายพลวัตการเรียนรู้ทางดนตรีอย่างเป็นระบบ มีความแข็งแรงเชิงทฤษฎี และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น “ทฤษฎีสากลสำหรับศาสตร์การสอนกลองชุด” ในสาขาดุริยางคศิลป์และดนตรีศึกษา รองรับการประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ดิจิทัลของศตวรรษที่ 21
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Grahn, J. A. (2012). Neural mechanisms of rhythm perception: Current findings and future perspectives. Topics in Cognitive Science, 4(4), 585 - 606.
Hallam, S. (2010). The power of music: Its impact on the intellectual, social and personal development of children and young people. International Journal of Music Education, 28(3), 269 - 289.
Lehmann, A. C., Sloboda, J. A., & Woody, R. H. (2007). Psychology for musicians: Understanding and acquiring the skills. Oxford University Press.
Marozeau, J., Innes-Brown, H., & Blamey, P. J. (2013). The effect of timbre and loudness on melody segregation. Journal of the Acoustical Society of America, 133(1), 468 - 476.
Patel, A. D. (2008). Music, language, and the brain (2nd ed.). Oxford University Press.
Shams, L., & Seitz, A. R. (2008). Benefits of multisensory learning. Trends in Cognitive Sciences, 12(11), 411 - 417.
Spence, C., & Di Stefano, N. (2022). Coloured hearing, colour music, colour organs, and the search for perceptually meaningful correspondences between colour and sound. i-Perception,13(3), 10 - 21.
Sweller, J. (2011). Cognitive load theory. In J. P. Mestre & B. H. Ross (Eds.), Psychology of learning and motivation. Academic Press
Tervaniemi, M. (2017). Music in learning and relearning: The life-span approach.Psychomusicology: Music, Mind, and Brain, 27(3), 223 - 226.