แนวทางการธำรงรักษาผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
Keywords:
การธำรงรักษา, องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้, ผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงAbstract
การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ศึกษาแนวทางการธำรงรักษาผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และ (3) เสนอแนะแนวทางในการธำรงรักษาของผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเป็นเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และข้อมูลทุติยภูมิที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร งานวิจัย และบทความที่เกี่ยวข้องโดยเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึก กระบวนการวิธีสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการศึกษา รวม
15 คน ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงที่ปฏิบัติงานในสำนักงานกลาง จำนวน 6 คน, ผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงที่มีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนการทำงาน จำนวน 6 คน และผู้บริหารองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการในองค์การ จำนวน 3 คน วิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลของการศึกษาครั้งนี้จะใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสร้างข้อสรุปคือ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัยเป็นวิธีการตีความสร้างข้อสรุปข้อมูลจากข้อมูลหรือปรากฏการณ์ที่พบ และนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างข้อสรุปที่ได้การจากศึกษา
ผลจากการศึกษาค้นพบว่า (1) ความสำเร็จในการทำงาน, การยอมรับนับถือ, ลักษณะงาน, ความรับผิดชอบ, ความก้าวหน้าในตำแหน่ง, เงินเดือน, โอกาสก้าวหน้า, ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล, การปกครองบังคับบัญชา, นโยบายและการบริหาร, สภาพการปฏิบัติงาน, สถานภาพของวิชาชีพ, ความมั่นคงในการปฏิบัติงานและชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัว (2) ปัจจัยที่ส่งผลแรงจูงใจในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และ (3) เสนอแนวทางในการธำรงรักษาผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพสูงขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้แก่ การสนับสนุนงบประมาณให้พนักงานได้พัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม การส่งเสริมโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน ควรมีการจ่ายค่าตอบแทนอื่นๆ นอกเหนือจากเงินเดือน เช่นค่าวิชาชีพ ค่าความสามารถภาษา และการพิจารณาจัดสรรโบนัสให้กับพนักงานเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในหมู่พนักงาน รวมไปถึงควรมีนโยบายในการบริหารความสมดุลระหว่างชีวิตความอยู่ส่วนตัวและงานของพนักงานด้วย