ปัจจัยคุณลักษณะของงานที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน ของพยาบาลวิชาชีพ กรณีศึกษาโรงพยาบาลนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลนาริตะ และเพื่อศึกษาปัจจัยคุณลักษณะของงานที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ กรณีศึกษาโรงพยาบาลนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 121 คน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย ผลการวิจัย พบว่า ภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ กรณีศึกษาโรงพยาบาลนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยรวมมีระดับความคิดเห็นในระดับน้อย โดยเรียงตามลำดับ ได้แก่ มิติความไม่เป็นส่วนตัวหรือความเย็นชา มิติความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และมิติความมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ ได้แก่ ความขัดแย้งหรือความไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ และคุณค่าของงานตามที่คาดหวังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การทำงานส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตหรือร่างกาย และอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้สามารถพยากรณ์ได้ร้อยละ 62.40 ส่วนที่เหลือร้อยละ 37.6 เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดมาตรการบริหารจัดการงานพยาบาล การพัฒนานโยบายที่ลดความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพบริการของโรงพยาบาลนาริตะในระยะยาวต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กชามาส วิชัยดิษฐ์ และคณะ. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสุขภาพ. วารสารวิจัยทางการพยาบาล, 40(2), 45–59.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2545). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: ภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีระยุทธ บุญเกียรติเจริญ, บุญเติม แสงดิษฐ และ ทศพร วิมลเก็จ. (2561). ความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลของรัฐในกรุงเทพมหานคร. เวชสารแพทย์ทหารบก,71(3), 163-172.
ศรุตานนท์ ชอบประดิษฐ์. (2563). การสำรวจระดับ Burnout ของพยาบาลวิชาชีพในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
Cabinet Office Japan. (2025). Annual Report on the Aging Society. Japan: Cabinet Office.
Dall’Ora, C., Ball, J., Reinius, M., & Griffiths, P. (2020). Burnout in nursing: A theoretical review. Human Resources for Health, 18(1), 1–17.
Hackman, J. R., & Oldham, G. R. (1976). Work redesign. Addison-Wesley.
Maslach C. and Jackson SE. (1982). Burnout in health professions: A social psychological analysis. Social Psychology of Health and Illness.
Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Burnout. In G. Fink (Ed.), Stress: Concepts, cognition, emotion, and behavior. Academic Press.
Ministry of Health, Labour and Welfare. (2025). White paper on health, Labour and Welfare: future population projections. Japan: Government printing Office Ministry of Health, Labour and Welfare.
World Health Organization. (2019). Burn-out an occupational phenomenon: International Classification of Diseases. Retrieved November 18, 2025, from https://www.who.int/mental_health/evidence/burn-out/en.