รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน และการเขียนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 ศึกษาเฉพาะกรณี โรงเรียนบ้านเบิกวิทยาคม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1มีการดำเนินการวิจัย 2 ขั้นตอนคือ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1และ 2) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 โรงเรียนบ้านเบิกวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 24 คน ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ย ( x̄) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบร้อยละของคะแนนเฉลี่ยด้านความสามารถในอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียน โดยใช้สถิต t-test แบบ dependentผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าคุณภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานในภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับมาก ( x̄= 4.50, S.D. 0.50) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.58/82.82 ความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนที่เรียนโดยรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานมีความพึงพอใจในระดับมาก( x̄=4.27, S.D. =0.17)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2567). การเรียนการสอนในยุค e-learning. สืบค้นจาก https://www.thaicyberu.go.th
ทิศนา แขมมณี. (2547). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นวลพรรณ ไชยมา. (2564). แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
มนต์ชัย เทียนทอง.(2559).การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในยุคดิจิทัล. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้. ปทุมธานี: สำนักวิชาการ.
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2568). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2567. กรุงเทพฯ: สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ องค์การมหาชน.
อรุณี วิริยะจิตรา. (2565). ภาษาอังกฤษกับการเป็นพลเมืองโลก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2563). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบต่างๆ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Bonk, C. J., & Graham, C. R. (Eds.). (2006). The handbook of blended learning: Global perspectives. San Francisco: Pfeiffer.
Driscoll, M. (2020). Web-based training: Creating e-learning experiences. New York: Jossey-Bass.
Jonassen, D. H., & Reeves, T. C. (1996). Learning with technology: Using computers as cognitive tools. Handbook of research for educational communications and technology. New York: Simon & Schuster Macmillan.
Owston, R., York, D. N., & Murtha, S. (2006). Student perceptions and achievement in a university blended learning strategic initiative. Internet and Higher Education, 9(1), 38–51.
Valiathan, P. (2022). Blended learning models. Learning Circuits. Retrieved from https://learningcircuits.org/2002/aug2002/valiathan.html