วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนาต่อการบรรลุธรรม

Main Article Content

Suchada Thongmalai
ประเวศ อินทองปาน
ธเนศ ปานหัวไผ่

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาการปฏิบัติสมถภาวนาและความสำคัญของสมถะต่อการบรรลุธรรม 2) เพื่อศึกษาการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาและความสำคัญของวิปัสสนาต่อการบรรลุธรรม และ 3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนาที่มีผลต่อการบรรลุธรรม
ผลการวิจัยพบว่าการปฏิบัติสมถภาวนาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบรรลุธรรมที่ขาดไม่ได้ เริ่มต้นด้วยการทำใจให้สงบหยุดนิ่งในเบื้องต้นจนถึงระดับสูงอันเป็นสมาธิในระดับฌาน ซึ่งแบ่งเป็น รูปฌาน 4 และอรูปฌาน 4 เมื่อมาถึงขั้นนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นระดับสูงสุดของสมถะ เป็นความหลุดพ้นในระดับโลกียะ เมื่อจิตตั้งมั่นดีแล้วจึงเข้าสู่วิปัสสนาภาวนา สามารถละสังโยชน์ได้หมดสิ้น บรรลุเป็นพระอรหันต์เป็นความหลุดพ้นในระดับโลกุตตระ สำหรับการบรรลุธรรมนั้นอริยมรรคมีองค์ 8 เป็นหนทางแห่งการดับทุกข์อยู่ในระดับวิปัสสนา เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นแจ้งในอริยสัจ 4 ด้วยการวนรอบ 3 อาการ 12 ขจัดอาสวกิเลสได้อย่างสิ้นเชิง
ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนามี 4 แบบ ได้แก่ มรรควิถีที่ 1 (สมถะนาหน้าวิปัสสนา) มรรควิถีที่ 2 (วิปัสสนานาหน้าสมถะ) มรรควิถีที่ 3 (สมถะและวิปัสสนาเข้าคู่กัน) และมรรควิถีที่ 4 (จิตปราศจากอุทธัจจะในธรรม) ทั้ง 4 วิธีล้วนสำคัญสำหรับการบรรลุธรรม คือ มรรควิถีที่ 1 และ 2 เป็นมรรควิถีที่มีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน คือใช้สมถะ (ฌานสมาบัติ 8) เป็นบาทในการเจริญวิปัสสนา โดยมรรควิถีที่ 2 เป็นวิปัสสนาด้วยอรรถ พิจารณาไตรลักษณ์ (ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และอนัตตา) ด้วยการใช้ความคิดพิจารณาจนเกิดความสังเวชปล่อยวางอารมณ์จิตจึงมั่นคงเป็นสมาธิเข้าถึงฌานแล้วเจริญวิปัสสนา มรรควิถีที่ 3 เป็นการปฏิบัติเพื่อการบรรลุธรรม วิปัสสนาภาวนาจะต้องควบคู่กันไปกับสมถภาวนาเสมอ เป็นโลกุตตรฌานที่ทำให้ใจสงบตั้งมั่นแล้วจึงวิปัสสนาเห็นแจ้งอย่างวิเศษพิจารณาขันธ์ 5 ด้วยอริยสัจ 4 โดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ละสังโยชน์ บรรลุธรรมในที่สุดมรรควิถีที่ 4 คือ กรณีที่จิตปราศจากความฟุ้งซ่าน จิตบริสุทธิ์ภาวนาย่อมไม่เสื่อมสามารถปฏิบัติจนบรรลุธรรมได้ ดังนั้นเมื่อผู้ปฏิบัติทราบถึงลำดับของการปฏิบัติและความสำคัญของทั้งสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนาแล้ว จึงสามารถปฏิบัติธรรมได้อย่างถูกต้องต่อไป

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

การศาสนา, กรม. (2525). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่มที่ 1, 8, 9, 10-14, 17, 19, 20, 23, 31, 34. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา.

ประคุณสรกิจ (สุชาติ ชิโนรโส), พระครู. (2537). การศึกษาวิธีการสอนวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของสานักวิเวกอาศรม (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสตร์).มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

ประชิต ธมฺมวโร (ผาตากแดด), พระ. (2548). มโนทัศน์เรื่องญาณในคำสอนพระพุทธศาสนาเถรวาท: การศึกษาเชิงวิเคราะห์ (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสน์ศึกษา). มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

พรรณราย รัตนไพฑูรย์. (2544). การศึกษาวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 ศึกษาแนวการสอนของพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสตร์). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 32). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2541). พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล เล่มที่ 16, 17, 19, 51, 68, 76. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

มหาวงศ์ ชาญบาลี. (2525). พระวิสุทธิมรรค ฉบับเล่มเดียวจบ. กรุงเทพฯ: อำนวยสาส์น.

เรืองฤทธิ์ สุธีโร (ยศโสธร), พระมหา. (2547). การศึกษาเปรียบเทียบแนวปฏิบัติกัมมัฏฐานของพระสงฆ์ไทยในปัจจุบัน: ศึกษากรณีวัดอัมพวัน สิงห์บุรี และวัดจันทาราม อุทัยธานี (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสน์ศึกษา). มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

Kongkarattanaruk Phrapongsak. (2010). The Method of Samatha-Vipassanā Practice in Contemprary Thai Buddhism. Journal of Pali and Buddhist Studies. 24, 69-70.

Phramonchai Saitanaporn. (2009). Buddhist Deliverance: A Re-evaluation of the Relationship Between Samatha and Vipassanā (Doctor of Philosophy Department of Studies in Religion). University of Sydney, Sydney.