การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “ชอบ” ในภาษาไทย

Main Article Content

ทัศน์พล อัศภัย
เพ็ญนภา คล้ายสิงห์โต

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหน้าที่และความหมายของคำว่า “ชอบ” ในภาษาไทยสมัยต่างๆ โดยใช้แนวคิดไวยากรณ์หน้าที่นิยมเชิงแบบลักษณ์ของอัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา (2555, 2565) และศึกษากระบวนการกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “ชอบ” ในภาษาไทย โดยใช้แนวคิดของฮอปเปอร์และเทราก็อตต์ (Hopper & Traugott, 2003) ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลเชิงประวัติตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบัน พบคำว่า “ชอบ” จำนวน 680 คำ ผลการวิจัยพบว่าคำว่า “ชอบ” ปรากฏหน้าที่ทางไวยากรณ์ 2 ประเภท คือ คำกริยาและคำกริยาช่วย และปรากฏความหมาย 4 ลักษณะ คือ ‘ถูกต้อง’ ‘ถูกใจ’ หรือ ‘พอใจ’ ‘ถูกใจหรือพอใจและบ่งความถี่’ และ ‘บ่งความถี่’ การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “ชอบ” มีจุดเริ่มต้นจากการปรากฏนำหน้าในหน่วยสร้างกริยาเรียงซึ่งส่งผลให้เกิดความคลุมเครือ จึงเอื้อให้เกิดการวิเคราะห์ใหม่ จากเดิมคำว่า “ชอบ” เป็นคำกริยากลายไปสู่ลักษณะของคำกริยาช่วยมากขึ้น ซึ่งทำให้คำว่า “ชอบ” เกิดการอนุมานความหมายผ่านกระบวนการนามนัยและส่งผลให้เกิดการเทียบแบบซึ่งขยายบริบทการใช้กว้างขึ้น จนกระทั่งมีลักษณะเป็นคำกริยาช่วยชัดเจนขึ้น คือ 1) การขยายคุณสมบัติทางความหมายของประธาน 2) การขยายกลุ่มความหมายของคำกริยา 3) การขยายไปปรากฏร่วมกับกริยาวลีที่ไม่เอื้อต่อความพอใจ และ 4) การขยายไปปรากฏในตำแหน่งของคำบ่งการณ์ลักษณะประจำและกาลประจำ คำว่า “ชอบ” จึงสูญลักษณะของหมวดคำเดิม นอกจากนี้ คำว่า “ชอบ” ที่แสดงความหมาย ‘ถูกใจ’ หรือ ‘พอใจ’ ได้เกิดกระบวนการอุปลักษณ์จากการเชื่อมโยงความหมายที่เป็นรูปธรรมไปสู่ความหมายที่เป็นนามธรรมมากขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ วารีเขตต์, และวิภาส โพธิแพทย์. (2556). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำนาม “ผม”. วรรณวิทัศน์, 12(2), 196-212.

กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา. (2559). กระบวนการกลายเป็นรูปไวยากรณ์. โครงการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการฝ่ายวิจัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บรรจบ พันธุเมธา, คุณ. (2562). ลักษณะภาษาไทย (พิมพ์ครั้งที่ 24). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ภคภต เทียมทัน, และมิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์. (2562). คำว่า “บน” ในภาษาไทย: พัฒนาการด้านชนิดคำ. มนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 20(1), 86-118.

ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (ม.ป.ป.). คลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติ. https://www.arts.chula.ac.th/ling/tnc3/

ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (พิมพ์ครั้งที่ 2). ราชบัณฑิตยสถาน.

วัชรญาณ. (ม.ป.ป.ก). ความไม่พยาบาท. https://vajirayana.org/ความไม่พยาบาท

วัชรญาณ. (ม.ป.ป.ข). พระราชกำหนดเก่าครั้งกรุงศรีอยุธยา. https://vajirayana.org/พระราชกำหนดเก่า-ครั้งกรุงศรีอยุธยา

วัชรญาณ. (ม.ป.ป.ค). พระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน. https://vajirayana.org/พระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน

วัชรญาณ. (ม.ป.ป.ง). พระราชปุจฉาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว. https://vajirayana.org/ประชุมพระราชปุจฉา-ภาคปกิรณกะ/พระราชปุจฉา-ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

วิจินตน์ ภาณุพงศ์. (2543). โครงสร้างของภาษาไทย: ระบบไวยากรณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

วิยะดา มีศรี, และอัญชลี วงศ์วัฒนา. (2563). การศึกษาเชิงประวัติการกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “อัน”. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17(2), 97-120.

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (2550). จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาไทย) หลักที่ 1. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/130

สัณห์ธวัช ธัญวงษ์. (2567). กระบวนการกลายเป็นรูปไวยากรณ์ของคำ “มัก”. วารสารมนุษยศาสตร์วิชาการ, 31(1), 226-249.

สุรีเนตร จรัสจรุงเกียรติ. (2560). การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “ยัง”. วารสารภาษาและภาษาศาสตร์, 35(2), 97-120.

อัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา. (2555). ชุดกริยาในภาษาไทย: กริยาเรียงหรืออื่นใด?. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 31(2), 35-66.

อัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา. (2558). เอกสารคำสอน วจีวิภาคและวากยสัมพันธ์: ภาษาศาสตร์ในแนวหน้าที่นิยมแบบลักษณ์ภาษา. ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

อัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา. (2565). ไวยากรณ์ไทยเชิงสื่อสาร: การวิเคราะห์แนวภาษาศาสตร์หน้าที่นิยมเชิงแบบลักษณ์. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Enfield, N. (2007). A grammar of Lao. De Gruyter Mouton.

Heine, B., Claudi, U., & Hünnemeyer, F. (1991). Grammaticalization: A conceptual framework. University of Chicago Press.

Hopper, E. C., & Traugott, E. C. (2003). Grammaticalization (2nd ed.). Cambridge University Press.

Jaroenkitboworn, K. (2009). The polysemy of “chɔ̂ɔp” in Thai: A pragmatically motivated phenomenon. MANUSYA: Journal of Humanities, 12(3), 75-82.

Kurylowicz, J. (1965). The inflectional categories of Indo-European. Winter.

Langacker, R. (1977). Syntactic reanalysis. In C. Li (Ed.), Mechanisms of syntactic change (pp. 57-140). University of Texas Press.

Tansiri, K., Thepkanjana, K., & Kaenmuang, J. (2024). Functional extension of the verb for ‘to like’ in Thai to a frequentative aspectual marker. Journal of Mekong Societies, 20(3), 28-46.

Trask, R. L. (1993). A dictionary of grammatical terms in linguistics. Routledge.

Traugott, E. C., & Dasher, R. B. (2002). Regularity in semantic change. Cambridge University Press.