การพัฒนาวัสดุศิลปะจากยางพาราเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านศิลปะไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
ศิลปะไทยเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านผลงานศิลปกรรมที่มีความประณีต งดงาม โดยเฉพาะลายไทยในสาขาจิตรกรรมไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ กนก นารี กระบี่ และคชะ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การสืบสานและถ่ายทอดสู่เยาวชน ซึ่งการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ผู้จัดทำจึงสนใจพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้กลุ่มเยาวชนวัยรุ่นได้เรียนรู้ศิลปะไทย โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ นำยางพาราซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นวัสดุสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ มาสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทยจากลายไทยทั้ง 4 หมวด ในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าใจง่าย และได้ลงมือปฏิบัติได้จริง อีกทั้งผลงานจากการทำกิจกรรมสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทย 2) เพื่อพัฒนาวัสดุศิลปะจากยางพารา 3 ประเภท และ 3) เพื่อศึกษาผลและคุณภาพของวัสดุศิลปะจากยางพาราที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีการดำเนินงาน 5 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมการศึกษา ลายไทย ยางพารา และทดลองอุปกรณ์ศิลปะจากยางและฟองน้ำที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด ออกแบบแนวทางการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทย ระยะที่ 2 การออกแบบลายไทยที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ระยะที่ 3 การพัฒนาวัสดุศิลปะจากยางพาราและชุดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทย โดยเรียงจากสียางพารา โฟมยางพารา และยางรีเคลม ระยะที่ 4 การทดลองชุดกิจกรรม โดยทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุศิลปะและอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้น พร้อมจัดทำต้นแบบชุดกิจกรรมสำหรับนำไปประเมินผล และ ระยะที่ 5 ประเมินผลประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปศึกษา โดยพัฒนาวัสดุศิลปะจากยางพาราในห้องปฏิบัติการและเก็บข้อมูลจากการทดลองใช้ชุดกิจกรรมศิลปะกับกลุ่มตัวอย่างนักเรียน อายุ 16–18 ปี จำนวน 20 คน และประเมินประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปศึกษา 3 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบประเมินความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมศิลปะ 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากการสนทนากลุ่ม (Focus group) และ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของชุดกิจกรรมสำหรับผู้เชี่ยวชาญ
ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาวัสดุศิลปะสามารถนำมาออกแบบชุดกิจกรรมศิลปะ 4 กิจกรรม ประกอบไปด้วย 1) กิจกรรมระบายสีหมวกลายกนก 2) กิจกรรมระบายสีตุ๊กตาโฟมยางหมวดนารี 3) กิจกรรมระบายสีแก้วน้ำหมวดกระบี่ และ 4) กิจกรรมศิลปะติดคริสตัลลายหมวดคชะ โดยนำยางพาราพัฒนาเป็นอุปกรณ์ศิลปะ ได้แก่ 1) สียางพารา 2 สูตร 2) โฟมยางพารา สำหรับขึ้นรูปเป็นตุ๊กตาโฟมยางสามมิติและแผ่นโฟมยางสองมิติ และ 3) แผ่นยางรีเคลมจากยางล้อรถเหลือใช้ โดยเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์เพื่อควบคุมคุณสมบัติของวัสดุให้เหมาะสมต่อการใช้งานด้านศิลปะ ผลการพัฒนาวัสดุศิลปะจากยางพาราพบว่า วัสดุทั้ง 3 ประเภทมีคุณลักษณะและความเหมาะสมต่อการใช้งานในชุดกิจกรรม โดยวัสดุประเภทที่ 1 สียางพารา ประกอบด้วย 2 สูตร ได้แก่ สูตรสีข้น ซึ่งมีความข้นหนืด เหมาะสำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ผ้า โฟมยาง อะคริลิก รวมทั้งการสร้างเส้นและใช้เป็นสีกั้นขอบบนพื้นผิวแก้ว รวมถึงการระบายบนวัสดุอื่น ๆ และสูตรสีเหลว ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งแสง สะท้อนแสง เหมาะสำหรับการระบายหรือหยดสีบนพื้นผิวเรียบและโปร่งใส อย่างแก้วและแผ่นอะคริลิกใส โดยทั้งสองสูตรสามารถยึดเกาะพื้นผิวได้ดีเมื่อแห้ง วัสดุประเภทที่ 2 โฟมยางพารา มีความหนาแน่นและนุ่มในระดับเหมาะสม พื้นผิวเรียบ เหมาะสำหรับการระบายสี และประเภทที่ 3 แผ่นยางรีเคลม มีความแข็งแรง ผิวเรียบ เงา และทนทาน เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานรองรับสำหรับติดคริสตัล แสดงให้เห็นว่าวัสดุศิลปะจากยางพาราทั้ง 3 ประเภทสามารถนำไปใช้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทยได้อย่างเหมาะสม และเป็นวัสดุทางเลือกที่ส่งเสริมทั้งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับดี (x̄ = 4.45, S.D. = 0.697) และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปศึกษาประเมินความเหมาะสมของชุดกิจกรรมอยู่ในระดับดีมาก ( x̄ = 4.57, S.D. = 0.288) ผลการสนทนากลุ่ม พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ลวดลายไทยทั้ง 4 หมวด พร้อมทั้งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สมาธิ และทักษะการควบคุมน้ำหนักมือผ่านการทำงานศิลปะ ผู้เข้าร่วมมองว่าการนำเสนอศิลปะไทยในรูปแบบกิจกรรมช่วยให้ศิลปะไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ด้านวัสดุและอุปกรณ์ ผู้เข้าร่วมมีความเห็นว่าสีจากยางพารามีสีสันชัดเจน ใช้งานสะดวก และตุ๊กตาโฟมยางมีความน่าสนใจและเหมาะสมต่อการทำกิจกรรม โดยมีข้อเสนอแนะให้ปรับขนาดของตุ๊กตาให้เล็กลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ดังนั้น งานวิจัยนี้ได้พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะไทยผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่สนุก และพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้จากวัสดุศิลปะที่มาจากยางพารา ซึ่งสามารถใช้เป็นวัสดุทางเลือกในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพยากรในประเทศและนำสิ่งที่เหลือทิ้งมาใช้ซ้ำ เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.
Copyright Transfer Statement
The copyright of this article is transferred to Journal of The Faculty of Architecture King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang with effect if and when the article is accepted for publication. The copyright transfer covers the exclusive right to reproduce and distribute the article, including reprints, translations, photographic reproductions, electronic form (offline, online) or any other reproductions of similar nature.
The author warrants that this contribution is original and that he/she has full power to make this grant. The author signs for and accepts responsibility for releasing this material on behalf of any and all co-authors.
เอกสารอ้างอิง
Boonnueng, D., & Pholprasert, A. (2017). Development of Kranok Ornament Drawing Skill Exercises for Undergraduate Student. An Online Journal of Education, 12(2), 108–122. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/142760
Hongsuwan, S. (2019). Kanok, Naree, Krabi, Kacha. Wadsilp.
Ink Brothers: สมุดวาดโขน. (n.d.). Home [Facebook page]. Facebook. Retrieved November 15, 2025, from https://www.facebook.com/InkBrothersNotebook/
JonJon. (n.d.). JonJon rubber paint for curious kids. https://jonjonpaint.com/
Khrueakhlai, P., & Inchan, N. (2022). Design and development of products from Thai sacred tattoo (Sak Yant) motifs for Generation Y consumers. Journal of Multidisciplinary Social Sciences and Communication, 5(1). 72–81. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/article/view/250660
Ministry of Education. (1999). National Education Act B.E. 2542; AD 1999. Office of the Education Council Secretariat. https://bic.moe.go.th/images/stories/5Porobor._2542pdf.pdf
Naenna, S. (2012). Adding value to cultural capital. Retrieved March 4, 2023, from https://www.finearts.go.th/promotion/view/7297
Niwyin, K., Thipthong, S., Kuntasak, M., & Chonsiri, K. (2023). The evolution of Thai patterns. Journal of Buddhist Studies, 14(1). https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/261401
NR Technical Bulletin. (1966). Experimental results on the gel time of sponge rubber. https://research.otepc.go.th
Office of Knowledge Management and Development (OKMD). (2021, May 14). Get to know “Squishy”: The new toy for the younger generation. https://www.okmd.or.th/okmd-kratooktomkit/4066/
Pakepeain, Y. (2024). Game-base Virtual and Augmented Reality Learning Innovation to Enhance Appreciation of Thai Arts and Culture for Puberty [master’s thesis, Chulalongkorn University]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 12173. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/12173
Phutatto, C. (2016). The Applying of Thai Pattern: Scripture Cabinet to Lamp. [Master’s thesis, Burapha University]. Burapha University Institutional Repository. https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/12690
Premnirandon, A., & Pholprasert, A. (2017). Teaching model for Thai ornament drawing by using body mindfulness meditation practice for student in secondary level. An Online Journal of Education, 11(3), 263–280. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/83959
Sappinan, P. (2021, December 16). Para Dough: Thai Natural Rubber Playdough Ready to Enter the Global Toy Market. National Science and Technology Development Agency. https://www.nstda.or.th/home/news_post/para-dough/
Thepbangchag, M. (2024). A study of the needs needed to develop methods for teaching Thai arts. Journal of Education Panyaphat Surindra Rajabhat University, 2(1), 63–78. https://doi.org/10.14456/jedusrru.2024.4
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. https://sustainabledevelopment.un.org