เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • 1. ผู้ส่งบทความต้องรับรองว่า บทความต้นฉบับนี้ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดๆ มาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาตีพิมพ์จากวารสารอื่น
  • 2. ผู้รับผิดชอบบทความ (Corresponding Author) ต้องรับรองว่าผู้แต่งร่วมทุกท่านได้รับทราบและยินยอมในการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร ACAAD รวมถึงยินยอมระบุชื่อ-นามสกุล และหน่วยงานต้นสังกัดลงในบทความ โดยเปิดเผยผ่านการลงนามใน "แบบฟอร์มนำส่งบทความ"
  • 3. ผู้เขียนต้องทำการปกปิดชื่อ นามสกุล ต้นสังกัด หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถชี้นำและระบุตัวตนของผู้เขียนได้ ทั้งในเนื้อหาบทความ รายการอ้างอิง และกิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement)
  • 4. บทความทุกฉบับจะได้รับการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewers) ที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาอย่างน้อย 3 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้เขียนบทความ
  • 5. คุณภาพภาษาและการจัดรูปแบบ:
    o ต้นฉบับต้องได้รับการเรียบเรียงภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษในระดับดี มีโครงสร้างหัวข้อและเนื้อหาที่กระชับ ตรงประเด็น ใช้ไวยากรณ์และตัวสะกดถูกต้อง
    o ต้องจัดรูปแบบบทความ (Formatting) ให้ถูกต้องตามคำแนะนำและ Template ของวารสารอย่างเคร่งครัด หากไม่ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนด กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ไม่ดำเนินงานต่อในขั้นตอนถัดไป
  • 6. ระบบการอ้างอิง: การอ้างอิงในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายบทความ ต้องใช้รูปแบบ APA Style (7th edition) เท่านั้น
  • 7. รายการไฟล์ที่ต้องนำส่งเข้าสู่ระบบ (รวมทั้งหมด 4 ไฟล์)
    หากส่งไฟล์ไม่ครบถ้วน วารสารจะไม่ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
    7.1 ไฟล์ที่ 1: ไฟล์บทความฉบับสมบูรณ์ (ระบุชื่อผู้แต่งและต้นสังกัด) รูปแบบไฟล์ .docx (MS Word)
    7.2 ไฟล์ที่ 2: ไฟล์บทความฉบับสมบูรณ์ (ระบุชื่อผู้แต่งและต้นสังกัด) รูปแบบไฟล์ .pdf
    7.2 ไฟล์ที่ 3: ไฟล์บทความฉบับประเมิน (ตัดชื่อ ต้นสังกัด และข้อมูลระบุตัวตนออกทั้งหมด) รูปแบบไฟล์ .docx (MS Word)
    7.4 ไฟล์ที่ 4: แบบฟอร์มนำส่งบทความของวารสาร ACAAD ที่มีการลงนามจากผู้เขียนและผู้แต่งร่วมครบถ้วนทุกคน รูปแบบไฟล์ .pdf
  • 8. เงื่อนไขและระยะเวลาในกระบวนการพิจารณา
    o การนับวันรับบทความ (Received Date): วารสารจะเริ่มนับวันรับบทความอย่างเป็นทางการ เมื่อผู้เขียนส่งไฟล์ครบถ้วน จัดรูปแบบถูกต้องตามข้อกำหนด และบทความมีความพร้อมในการส่งต่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินเท่านั้น
    o ระยะเวลาดำเนินการ: กระบวนการของวารสารตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความ และระยะเวลาพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิ)
    o บรรณาธิการแจ้งผ่านระบบ ThaiJO
    o ในการแก้ไข ผู้เขียนต้องใช้ไฟล์บทความที่กองบรรณาธิการแนบกลับไปให้ในระบบ ThaiJO เป็นไฟล์ฐานในการแก้ไขเท่านั้น
    o หากไม่สามารถส่งบทความที่แก้ไขได้ตามเวลาที่กำหนด ผู้เขียนต้องชี้แจงเหตุผลผ่านระบบ ThaiJO เพื่อให้กองบรรณาธิการพิจารณาต่อไป
  • 9. กรณีอื่นๆ: สำหรับบทความในลักษณะอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในข้อกำหนดนี้ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาเฉพาะกรณีโดยกองบรรณาธิการ
  • 10. ช่องดาวน์โหลดเอกสารและแนวทางปฏิบัติ
    1) แบบฟอร์มนำส่งบทความ ดาวน์โหลดได้ที่ https://drive.google.com/drive/u/7/folders/1QatxR0kXNOVJfNCzHgwqdVhYS4kYa_pl

    2) รูปแบบและคำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ ดาวน์โหลดได้ที่ https://drive.google.com/drive/u/7/folders/1JOX8cHkqYO1LM6VTJE-9V_Vv9ECNu9o-

    3) รูปแบบการอ้างอิง ดาวน์โหลดได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1UxCkfTa7Q9gWc_24p-t9JvNvmZzUb5Nt/view
  • การยืนยัน: ข้าพเจ้าได้อ่านข้อแนะนำและข้อกำหนดของวารสาร Asian Creative Architecture, Art and Design (ACAAD) ครบถ้วนทุกข้อแล้ว ยอมรับตามข้อตกลงและยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกประการ

หลักเกณฑ์และคำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ
(Instructions for Authors)

1.  ประเภทของผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ
    1.1  บทความวิจัย (Research Article) ได้แก่ บทความการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ จากการตั้งสมมติฐาน หรือกำหนดปัญหา ระบุวัตถุประสงค์ ทบทวนงานวิจัย แนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวิจัยตามระเบียบวิธีที่สอดคล้องวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ข้อมูล ตีความ อภิปรายและสรุปผล
    1.2  บทความวิชาการ (Academic Article) ได้แก่ บทความการวิเคราะห์ วิจารณ์ เพื่อประมวลแนวคิดและองค์ความรู้ใหม่ ที่เรียบเรียงขึ้นจากผลงานทางวิชาการของตนเองหรือของผู้อื่น
    1.3 บทความปริทัศน์ (Review Article) ได้แก่ บทความที่รวบรวมความรู้จากตำรา หนังสือ และวารสารใหม่ หรือจากผลงานและประสบการณ์ของผู้นิพนธ์มาเรียบเรียงขึ้น โดยมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์ เปรียบเทียบกัน


2. เนื้อหาของบทความ
    ประกอบด้วย
    2.1  ชื่อเรื่อง (Title)
สอดคล้องวัตถุประสงค์ ขอบเขตหรือผลการวิจัย กระชับ ตรงประเด็นและเข้าใจง่าย ขึ้นต้นด้วยชื่อเรื่องภาษาไทยตามด้วยภาษาอังกฤษ
    2.2  ชื่อผู้เขียนและหน่วยงานสังกัด (Authors)
          ระบุชื่อเต็ม-นามสกุลเต็มของผู้เขียนทุกคน หน่วยงานหรือสถาบันที่สังกัด ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ
    2.3  บทคัดย่อ (Abstract)
          ประกอบด้วยบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 350 คำ กระชับและตรงประเด็นครอบคลุมวัตถุประสงค์การวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย วิธีการเก็บข้อมูล เครื่องมือวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่างหรือผู้ให้ข้อมูลและผลการวิจัย (บทความวิจัย) หรือครอบคลุมวัตถุประสงค์การศึกษา วิธีการศึกษา และผลการศึกษา (บทความวิชาการ)
    2.4 คำสำคัญ (Keywords)
          กำหนดคำสำคัญที่เหมาะสมสำหรับเป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างละไม่เกิน 5 คำ
    2.5  บทนำ (Introduction)
          อธิบายถึงที่มา ความสำคัญของปัญหา และเหตุผลที่นำไปสู่การวิจัยหรือการศึกษา
    2.6  วัตถุประสงค์การวิจัย (Research Aims) หรือการศึกษา (Study Aims)
          ระบุเป้าหมายของการวิจัยหรือการศึกษา หลีกเลี่ยงการระบุประโยชน์หรือผลที่คาดว่าจะได้รับ
    2.7  แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (Related Concepts and Theories)
          การประมวลความคิดเชิงลึกจากการทบทวนแนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกรอบการวิจัยหรือการศึกษาอย่างเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ สะท้อนการกำหนดปัจจัย ขอบเขต ระเบียบวิธีการ การเก็บหรือรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สรุปและนำมาเปรียบเทียบเมื่ออภิปรายผล
    2.8  ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) หรือวิธีการศึกษา (Study Methodology)
          อธิบายกระบวนการวิจัยที่สะท้อนความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย ประกอบด้วยรูปแบบและวิธีการวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่างและการเลือก จำนวน ขนาด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัย วิธีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ (ถ้ามี) อธิบายกระบวนการศึกษา (บทความวิชาการ) ประกอบด้วย รูปแบบและวิธีการศึกษา จำนวน ขนาด ลักษณะเฉพาะของตัวอย่างที่ศึกษา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา วิธีการเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
    2.9  ผลการวิจัย (Research Results) หรือผลการศึกษา (Study Results)
          ตีความการวิเคราะห์ผลการวิจัยหรือผลการศึกษาอย่างครอบคลุม และสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ และชี้ให้เห็นถึงการสร้างองค์ความรู้และประโยชน์ในเชิงวิชาการ
    2.10  การอภิปรายผล (Discussions)
          อธิบายผลการวิจัยหรือผลการศึกษาว่าสอดคล้องหรือขัดแย้งกับองค์ความรู้ หรือผลการวิจัยหรือผลการศึกษาของผู้อื่นมีอยู่ก่อนหรือไม่อย่างไร เหตุผลใดจึงเป็นเช่นนั้น พร้อมแทรกแหล่งอ้างอิงประกอบ
    2.11  การสรุปผลวิจัย (Conclusions)
          สรุปผลการวิจัยหรือผลการศึกษาอย่างสอดคล้องตามวัตถุประสงค์/สมมติฐาน (ถ้ามี)
    2.12  ข้อเสนอแนะ (Recommendations)
         เสนอแนะการใช้ประโยชน์ของผลการวิจัยหรือผลการศึกษา หรือทิ้งประเด็นคำถามเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยหรือการศึกษาต่อไป
    2.13  กิติกรรมประกาศ (Acknowledgements)
         ระบุแหล่งทุนสนับสนุนหรือความช่วยเหลือการดำเนินการวิจัยหรือการศึกษา โดยลบข้อความที่เปิดเผยตัวตนและสังกัดของผู้เขียน
    2.14  การอ้างอิง (References)
         โปรดใช้รูปแบบการอ้างอิงตามที่อธิบายในไฟล์ชื่อ การเขียนรายการอ้างอิง APA Style Reference List (7th edition) บนเว็บไซต์ของวารสาร ฯ และแนะนำผู้เขียนใช้ไฟล์ชื่อ รูปแบบอัตโนมัติและคำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความวิชาการ บนเว็บไซต์ของวารสาร ฯ เป็นรูปแบบในการเขียนบทความ