อิโมจิ สัญรูปอารมณ์ทางศิลปะ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง อิโมจิ สัญรูปอารมณ์ทางศิลปะ เป็นการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ (Creative Research) ระหว่างการใช้สัญลักษณ์อิโมจิผ่านการสื่อสารชีวิตประจำวันในช่วงการใช้ระยะห่างทางสังคมของการเผชิญโรคระบาดโควิด 19 โดยมีวัตถุประสงค์งานวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาการสื่อสารความหมายทางภาษา อิโมจิ 2) วิเคราะห์สัญรูปภาพอิโมจิ สอดคล้องสภาวะทางความคิด อารมณ์ กับงานศิลปะ และ 3) สร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบสัญรูปภาพ ในโลกยุคปัจจุบัน ขั้นตอนการวิจัย ประกอบด้วย 1) ศึกษาจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ อิโมจิ สัญรูปอารมณ์ทางศิลปะ 2) สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ 3) วิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูล และลงมือสร้างแบบร่างรวมไปถึงการแก้ไขปัญหาในขณะปฏิบัติงาน และ4) สร้างสรรค์ผลงานศิลปะนำไปสู่การเผยแพร่
ผลงานวิจัยพบว่า 1) ศึกษาการสื่อสารความหมายทางภาษา อิโมจิ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรู้สึกต่าง ๆ เพื่อส่งออกไปสื่อความหมายในรูปแบบอวัจนภาษา (Verbal Communication) ผ่านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยี อิโมจิสามารถสื่อแทนอักษรเป็นรูปแบบภาพสัญลักษณ์ รหัส โดยส่วนใหญ่จะแทนอารมณ์เชิงบวก เช่น ยิ้ม หัวใจ หัวเราะ ซึ่งอิโมจิแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไปตามบริบทและวัฒนธรรม 2) วิเคราะห์สัญรูปภาพอิโมจิ สอดคล้องสภาวะทางความคิดอารมณ์กับงานศิลปะ สามารถสื่อในรูปแบบภาพอิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อแสดงถึงสภาวะความคิด อารมณ์ ไปยังผู้รับสัญลักษณ์อิโมจิ จะเป็นภาพศิลปะที่มองแล้วสามารถรู้ความหมายนั้นทันที และเป็นรูปทรงนิยมในการใช้ชีวิตของมนุษย์ สื่อออกไปแสดงถึงความสัมพันธ์แบบประโยค รูปแบบการถอดรหัสในรูปสัญญะนั้น ๆ เช่น ภาพของอากัปกิริยาที่ปรากฏในเทคนิคการแสดงบุคลิกภาพ ความรู้สึกจิตใจ ประสบการณ์ เวลา และสถานที่ 3) สร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบสัญรูปภาพในโลกยุคปัจจุบัน เป็นการสร้างแนวความคิดผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบประโยค และความสัมพันธ์แบบแทนที่ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกันในความหมายตรง และในความหมายแฝง รูปแบบสัญศาสตร์ ทั้งนี้อิโมจิ สามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะได้ จากการตีความหมายของข้อความภาพอิโมจิ สามารถบอกเรื่องราวได้ ในวลีที่ว่าภาพสามารถบอกเรื่องราวได้นับพันคำ ผลงานศิลปะรูปแบบสัญรูปภาพ สามารถสะท้อนให้ผู้พบเห็นรับรู้ความต้องการในจิตใจ รวมทั้งความคิดภายในใจ ในบริบทที่ต่างกันไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.
Copyright Transfer Statement
The copyright of this article is transferred to Journal of The Faculty of Architecture King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang with effect if and when the article is accepted for publication. The copyright transfer covers the exclusive right to reproduce and distribute the article, including reprints, translations, photographic reproductions, electronic form (offline, online) or any other reproductions of similar nature.
The author warrants that this contribution is original and that he/she has full power to make this grant. The author signs for and accepts responsibility for releasing this material on behalf of any and all co-authors.
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์.(2552). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.
บีบีซีไทย. (2564). วันอิโมจิโลก: 5 ข้อน่าทึ่งเกี่ยวกับอิโมจิ จากทั่วโลก. เข้าถึงได้จาก: https://www.bbc.com/thai/thailand-44858738.
ปรมะ สตะเวทิน. (2541). การสื่อสารมวลชน กระบวนการและทฤษฎี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
ปอรรัชม์ ยอดเณร. (2565). การพัฒนาอวัจนภาษาในการสื่อสารผ่านกระบวนการสื่อสารการแสดง. วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณาฉบับพิเศษ ฉบับพิเศษเรื่อง “ทัศนคติ ความพึงพอใจ กับการสื่อสารผ่านสื่อที่แตกต่าง”. 5-19.
พจนานุกรมเคมบริดจ์ Advanced Learner. (2565). อิโมติคอน. เข้าถึงได้จาก: https://en.wikipedia.org/wiki/Emoticon#References.
ราชบัณฑิตยสภา. (2563). ศัพท์ภาษาศาสตร์ (ภาษาศาสตร์ประยุกต์) ฉบับราชบัณฑิตยสภา. เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/RatchabanditThai.
สุชาติ เถาทอง. (2562). วิธีคิดทางศิลปะออกแบบขั้นสูง คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ บูรณาการความรู้ใหม่. จังหวัดชลบุรี: บางแสนการพิมพ์.
สุชาติ สุทธิ. (2542). สุนทรียภาพของชีวิต. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม.
สุพจน์ จิตสุทธิญาณ. (2556). ความเข้าใจในทฤษฎีสุนทรียะ Understanding of Aesthetics. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 9(2), 161-179.
อรุณีประภา หอมเศรษฐี. (2530). การสื่อสารมวลชนเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 49-90.
Barthes, R. (อ้างถึงในจอห์นนพดล วศินสุนทร). (2015). บทความออน์ไลน์: โรล็องด์ บาร์ตส์ (Roland Barthes) มายาคติ (Myth) และในแบบหลังโครงสร้างสัญวิทยา (Post-Structural Semiology). Retrieved from: http://johnnopadon.blogspot.com.
Gesselman A.N., Ta V.P. and Garcia J.R. (2019). Worth a thousand interpersonal words: Emoji as affective signals for relationship-oriented digital communication. PLoS ONE. 14(8): e0221297.
McCroskey & Richmon. (1997). แนวคิดและทฤษฎีการสื่อสาร. Retrieved from: http://onlymyinz.blogspot.com/p/where.html.
Ruesch, J. and Bateson, G. (อ้างถึงในณัฐนา บุญรอด). (2021). การสื่อสารและสารสนเทศ. Retrieved from: https://www.gotoknow.org/posts/219874.
Stinson, L. (2013). 7 Cute and Clever Art Pieces Made Using Emoji, The Emoji Art and Design Show is among the first to Showcase the graphics as works of art. Retrieved from: https://www.wired.com/2013/12/emoji-art-show.