การออกแบบตุ๊กตาดินเผาด่านเกวียนจากอัตลักษณ์เพลงโคราช เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม

Main Article Content

เกรียงไกร ดวงขจร

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การออกแบบตุ๊กตาดินเผาด่านเกวียนจากอัตลักษณ์เพลงโคราชเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์เพลงโคราชจากท่ารำเพื่อออกแบบตุ๊กตาและสร้างต้นแบบจาก 3D Printing 2) ทดลองดินด่านเกวียนและทดลองขึ้นรูปตุ๊กตาด้วยดินด่านเกวียนและเคลือบเพื่อพัฒนาเป็นสินค้าที่ระลึก 3) ออกแบบบรรจุภัณฑ์ถ่ายทอดเพลงโคราชร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) อัตลักษณ์หมอโคราชเครื่องแต่งกายผู้ชายจะนิยมนุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม แขนสั้น ไม่จำกัดสี มีผ้าขาวม้าเคียนพุง ส่วนผู้หญิงนุ่งผ้าโจงกระเบนสวมเสื้อรัดรูปไม่มีปกแขนสั้น นิยมการใส่ผ้าที่สีฉูดฉาดและท่ารำที่แสดงเอกลักษณ์เพลงโคราช คือ (1) ท่าโอ่ รำรอ (2) ท่าช้างเทียมแม่ (3) ท่าจก โดยถ่ายภาพต้นแบบหมอเพลงเพื่อสร้างต้นแบบจาก "การพิมพ์สามมิติ" (3D Printing) และนำมาทำแม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์สำหรับหล่อชิ้นงาน 2) การทดลองใช้ตารางสามเหลี่ยมหาอัตราส่วนของเนื้อดินทั้งหมด 36 สูตร พบว่าสูตรที่ 14 มีความเหมาะสมใช้หล่อชิ้นงานได้เร็วและไม่แตกร้าว โดยมีอัตราส่วนดินด่านเกวียน 40% ดินขาวลำปาง 40% และซิลิก้า 20% เลือกมาเป็นสูตรน้ำดินหล่อในการสร้างสินค้าที่ระลึก และเผาในอุณหภูมิ 900 °C จากนั้นทำการตกแต่งด้วยเคลือบโครงสีจากการแต่งกายของหมอเพลงโคราช โดยทาด้วยพู่กันเคลือบชิ้นงานและนำไปเผาเคลือบในอุณหภูมิ 1,100 °C หดตัวหลังเผา 12% เป็นชิ้นงานสำเร็จ 3) บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาจากโรงเพลงโคราชเป็นศาลายกใต้ถุนเสา 4 ต้น เวลาชิ้นงานบรรจุอยู่ในกล่องเสมือนหมอเพลงร้องร่ายรำอยู่ในโรงเพลง และเพลงโคราชที่ถ่ายทอดลงในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นเพลงโคราชซิ่ง จังหวะสนุกสนาน เนื้อหาเชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ที่ประพันธ์เพลงโดย นายกำปั่น  นิธิวรไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นสินค้าที่ระลึกจากเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ที่จะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้านเพลงโคราช  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ดวงขจร เ. (2024). การออกแบบตุ๊กตาดินเผาด่านเกวียนจากอัตลักษณ์เพลงโคราช เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม. Asian Creative Architecture, Art and Design, 37(1), 1–21. https://doi.org/10.55003/acaad.2024.270192
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Art and Culture Center of Nakhon Ratchasima Rajabhat University. (2012). Khorat Folksong, volume 1, continuing to honor His Majesty the King on the auspicious occasion of his 7th cycle birthday, 5 December 2011. Mittrapap Printing 1995 LP. (in Thai)

Art and Culture Center of Nakhon Ratchasima Rajabhat University. (2001). Good things from Korat, Volume 5, Craftsmanship branch. Fueang Fa Printing House. (in Thai)

Charoensilpa, W. (2019). Korat Song: From Local Wisdom to Cultural Heritage. The journal of development administration research, 9(2), 172-180. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JDAR/article/view/244003/165373 (in Thai)

Intarakamhaeng, R. (2014). A Participatory Action Research to Determine Standard Dance Postures and to Create Song Lyrics for Korat Songs. Phuket Rajabhat University Academic Journal, 13(1), 173-197. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/12879 (in Thai)

Jexjuntuk, B. (2014). Guideline for the management and revitalization of Korat song performance in Nakhon Ratchasima. Silpakorn University. (in Thai)

Kulnides, N., Pinyo, T., & Thapinta, A. (2012). The participation of Rajadhivas Temple in preventing and preserving the crime scene. Research and thesis. Suan sunandha rajabhat university. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:281274 (in Thai)

Raksorn, D. (2016). Evolution and development of dan kwian klay to retain aesthetic identity, Mekong Chi Mun Art and Culture Journal, 2(2), 109-136. http://mcmac.udru.ac.th/show_paper22.php (in Thai)

Soisingh, B., Ruangtip, P., & Tongchai, P. (2020). Korat Folksong: Transfer and Knowledge. Journal of education and social development, 15(2), 255-267. https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4230 (in Thai)