นวัตกรรมเครื่องเรือนบูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อ เหนี่ยวนำความรู้สึกเชิงบวก ด้วยแนวคิด “การลอกเลียนแบบธรรมชาติ”

Main Article Content

นฤดี ภู่รัตนรักษ์
โกเมศ กาญจนพายัพ

บทคัดย่อ

การขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนห่างไกลจากธรรมชาติ ส่งผลต่อสุขภาวะทางจิต ความเครียด และคุณภาพชีวิต แนวคิดการลอกเลียนแบบธรรมชาติ โดยการจำลองธรรมชาติ จึงถูกนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติผ่านการออกแบบสภาพแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบนิเวศจริง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality โดยผู้ใช้สวมแว่น VR ที่สามารถจำลองภาพ เสียง และบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างสมจริง เนื่องจากประสบการณ์ธรรมชาติทั้งจริงและจำลองช่วยลดความเครียดและฟื้นฟูสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากบริบทดังกล่าว ผู้วิจัยจึงพัฒนานวัตกรรมเก้าอี้โยกลอกเลียนธรรมชาติผสานกับการสวมแว่น VR เพื่อทดแทนประสบการณ์ธรรมชาติในชีวิตประจำวันของคนเมือง โดยออกแบบรูปร่าง วัสดุ โครงสร้าง และการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับหลักการในธรรมชาติ พร้อมใช้ภาพและเสียงจากแว่น VR เพื่อสร้างสภาวะเสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ การทดสอบในห้องจำลองธรรมชาติเพื่อผู้ใช้งานมีระดับความผ่อนคลาย สมาธิ และความรู้สึกเชิงบวกสูงกว่าเมื่อใช้งานเก้าอี้ปกติอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติจำลองและการลอกเลียนแบบธรรมชาติเป็นกลไกที่ทำงานได้จริงและสามารถนำไปพัฒนานวัตกรรมเชิงออกแบบเพื่อยกระดับสุขภาวะของคนเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบนวัตกรรมเครื่องเรือน เก้าอี้โยกที่สามารถเหนี่ยวนำความรู้สึกเชิงบวกได้ จากแนวคิดการลอกเลียนธรรมชาติที่บูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงโดยใช้งานร่วมกับการสวมแว่น VR เพื่อสำรวจความคิดเห็นและทำการทดสอบ ประเมินผลด้านความรู้สึกเชิงบวกหลังการทดลองใช้งานของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อต้นแบบที่ใช้ว่าเป็นอย่างไร ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการประยุกต์วิธีแบบผสมผสาน โดยใช้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือวิจัยที่ใช้คือแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ส่วนประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ได้แก่ กลุ่มตัวอย่าง 432 คน ที่มีต่อการออกแบบนวัตกรรมเครื่องเรือนเก้าอี้โยกที่สามารถเหนี่ยวนำความรู้สึกเชิงบวกได้ ตามแนวคิดการลอกเลียนแบบธรรมชาติที่บูรณาการด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง และสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับกลุ่มตัวอย่างผู้ทดสอบ จำนวน 50 คน โดยประเมินผลด้านความรู้สึกเชิงบวกหลังการทดลองใช้งาน ผู้วิจัยเก็บข้อมูลปฐมภูมิจากแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ และเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากแนวคิดทฤษฎี ซึ่งช่วยเสริมความสมบูรณ์และสนับสนุนการวิเคราะห์เชิงลึกในการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบเครื่องเรือนด้วยแนวคิดการลอกเลียนแบบธรรมชาติ เมื่อผสานเข้ากับ VR สามารถช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ลดความเครียด และสร้างความผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะอยู่ภายในอาคารหรือในเขตเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยก็ตาม นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังมีระดับความรู้สึกเชิงบวกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าการจำลองประสบการณ์ธรรมชาติสามารถทดแทนการเข้าถึงธรรมชาติจริงในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง จากผลที่ได้ แนวคิดการลอกเลียนธรรมชาติ จึงสามารถนำไปพัฒนานวัตกรรมเครื่องเรือนที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและการเสริมสร้างสุขภาพจิต โดยอาศัยการกระตุ้นอารมณ์เชิงบวกผ่านรูปทรง วัสดุ และการเคลื่อนไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เมื่อผสานกับระบบแว่น VR ซึ่งสามารถจำลองบรรยากาศป่า น้ำตก หรือทะเลในพื้นที่จำกัด ผลลัพธ์จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางด้านการบำบัดอย่างชัดเจน ดังนั้น ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์หรือบริการที่สร้างธรรมชาติจำลองสำหรับคนเมือง เช่น เครื่องเรือนเพื่อการผ่อนคลาย ห้องบำบัดพร้อมด้วยการสวมแว่น VR หรือพื้นที่พักผ่อนในองค์กร นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะเครียดเรื้อรัง เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาวะทางอารมณ์และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม  สรุปได้ว่า นวัตกรรมเก้าอี้โยกที่ออกแบบตามแนวคิดการลอกเลียนแบบธรรมชาติและบูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงระบบแว่น VR สามารถสร้างประสบการณ์ธรรมชาติจำลองที่ช่วยเสริมอารมณ์เชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการทดสอบยืนยันว่าผู้ใช้งานรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ความเครียดลดลง และเกิดความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ แม้อยู่ภายในพื้นที่ปิดหรือบริบทเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย นวัตกรรมดังกล่าวจึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับการบำบัดความเครียดและส่งเสริมสุขภาวะทางอารมณ์ของคนเมือง รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น บ้านพักอาศัย โรงพยาบาล สถานศึกษา หรือพื้นที่ทำงาน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพจิตในยุคปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันกว้างไกลของการออกแบบเครื่องเรือนเชิงนวัตกรรมที่นำธรรมชาติกลับคืนสู่ชีวิตคนเมืองในรูปแบบใหม่ ทั้งปลอดภัย ยั่งยืน และตอบสนองต่อวิถีชีวิตยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภู่รัตนรักษ์ น., & กาญจนพายัพ โ. (2026). นวัตกรรมเครื่องเรือนบูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อ เหนี่ยวนำความรู้สึกเชิงบวก ด้วยแนวคิด “การลอกเลียนแบบธรรมชาติ”. Asian Creative Architecture, Art and Design, 39(2), e281792. https://doi.org/10.55003/acaad.2026.281792
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Al Sayyed, H., & Al-Azhari, W. (2025). Investigating the role of biophilic design to enhance comfort in residential spaces: Human physiological response in immersive virtual environment. Frontiers in Virtual Reality, 6, 1411425. https://doi.org/10.3389/frvir.2025.1411425

Aristizabal, S., Byun, K., Porter, P., Clements, N., Campanella, C., Li, L., Mullan, A., Ly, S., Senerat, A., Nenadic, I. Z., Browning, W. D., Loftness, V., & Bauer, B. (2021). Biophilic office design: Exploring the impact of a multisensory approach on human well-being. Journal of Environmental Psychology, 77, 101682. https://doi.org/https://doi.org/10.1016/j.jenvp.2021.101682

Bhandari, R., Xue, W., Virdis, S. G. P., Winijkul, E., Nguyen, T. P. L., & Joshi, S. (2023). Monitoring and Assessing Urbanization Progress in Thailand between 2000 and 2020 Using SDG Indicator 11.3.1. Sustainability, 15(12), 9794. https://doi.org/10.3390/su15129794

Carson, R. (1962). Silent Spring. Houghton Mifflin Company.

Dawkins, R. (2006). The Selfish Gene (30th anniversary ed.). Oxford University Press.

Fukuyama, F. (2002). Our posthuman future: Consequences of the biotechnology revolution. Picador.

Helliwell, J. F., Layard, R., & Sachs, J. E. (2019). World Happiness Report 2019. https://www.worldhappiness.report/ed/2019/

IPCC Sixth Assessment Report. (2022). IPCC Sixth Assessment Report. https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg2/

Jie, L., Mengqi, Y., & Leiqing, X. (2025). Protective and Restorative Effects of Biophilic Design in High School Indoor Environments on Stress and Cognitive Function. Indoor Air, 2025(1), 8696488. https://doi.org/10.1155/ina/8696488

Kabat-Zinn, J. (1990). Full Catastrophe Living: Using the Wisdom of Your Body and Mind to Face Stress, Pain, and Illness. Delacorte.

Kaplan, S. (1992). The restorative environment: Nature and human experience. In D. Relf (Ed.), The role of horticulture in human well-being and social development. Timber Press.

Kaplan, R., & Kaplan, S. (1989). The Experience of Nature: A Psychological Perspective. Cambridge University Press.

Lai, C. (2015). PUBLIC GREEN SPACE IN BANGKOK: A CASE STUDY OF LUMPHINI PARK [Master of Arts, Chulalongkorn University]. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2015.1930

Likert, R., (1932). The method of constructing an attitude scale. Archives of Psychology, 140, 44-53.

Louv, R. (2005). Last child in the woods: Saving our children from nature-deficit disorder. Algonquin Books of Chapel Hill.

Lumber, R., Richardson, M., & Sheffield, D. (2017). Beyond knowing nature: Contact, emotion, compassion, meaning, and beauty are pathways to nature connection. PLOS ONE, 12(5), e0177186. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0177186

Mayer, F. S., & Frantz, C. M. (2004). The connectedness to nature scale: A measure of individuals’ feeling in community with nature. Journal of Environmental Psychology, 24(4), 503–515. https://doi.org/10.1016/j.jenvp.2004.10.001

Mehrabian, A., & Russell, J. A. (1974). An approach to environmental psychology. The MIT Press.

Oechsle, M. (1988). Der ökologische Naturalismus: Zum Verhältnis von Natur und Gesellschaft im ökologischen Diskurs. Campus Verlag.

Office of Knowledge Management and Development. (2021). Now Urbanized. Office of Knowledge Management and Development.

Pathak, S. (2019). Biomimicry: (Innovation Inspired by Nature). International Journal of New Technology and Research, 5(6). https://doi.org/10.31871/IJNTR.5.6.17

Public Policy Studies Institute Foundation. (2024). people 4.0: Ways of life, space, and inequality. Bangkok: Public Policy Studies Institute Foundation.

Richardson, M., & Butler, C. W. (2022). The nature connection handbook: A guide for increasing people’s connection with nature. Funded and supported by Natural England.

Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.

Tavşan, F., & Sönmez, E. (2015). Biomimicry in furniture design. Procedia – Social and Behavioral Sciences, 197, 2285–2292. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2015.07.255

Vincent, J. F. V., Bogatyreva, O. A., Bogatyrev, N. R., Bowyer, A., & Pahl, A.-K. (2006). Biomimetics: Its practice and theory. Journal of the Royal Society Interface, 3(9), 471–482. https://doi.org/https://doi.org/10.1098/rsif.2006.0127

Wilson, E. O. (1984). Biophilia. Harvard University Press.

Yamane, Y. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. Harper & Row.

Yin, J. (2019). Bringing Nature Indoors with Virtual Reality: Human Reponses to Biophilic Design in Buildings. Harvard University.