วงล้อมแห่งการดูแลเพื่อการเตรียมพร้อมต่อการตายสำหรับผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิดในสังคมไทย

ผู้แต่ง

  • ฐิตินันทน์ ผิวนิล วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://orcid.org/0000-0002-1130-8647

คำสำคัญ:

วงล้อมแห่งการดูแล, การเตรียมพร้อมต่อการตาย, ชุมชนกรุณา, ผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิด, บริบทเชิงสถาบัน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาลักษณะของวงล้อมแห่งการดูแลเพื่อการเตรียมพร้อมต่อการตายในสังคมไทย และ 2. วิเคราะห์ช่องว่างและเสนอแนวทางการพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมต่อการตายสำหรับผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิดให้เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมต่อการตาย จำนวน 20 หน่วยงาน ครอบคลุมภาครัฐและกึ่งรัฐ ภาควิชาการและการแพทย์ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน วิเคราะห์ด้วยวิธีการเชิงกรอบ (framework method) โดยใช้แนวคิดวงล้อมแห่งการดูแลเป็นกรอบประเด็นตั้งต้น

ผลการวิจัยพบว่า ระบบการเตรียมพร้อมต่อการตายในสังคมไทยอาศัยการมอบความประสงค์ไว้กับผู้รับฝากซึ่งตามปกติคือวงผู้ดูแลใกล้ชิด ผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิดจึงขาดทั้งผู้ดูแลและผู้รับฝากความประสงค์ตั้งแต่ต้น เมื่อพิจารณาการรองรับของวงรอบนอก พบว่า แต่ละวงรองรับได้เพียงบางส่วนและมีเงื่อนไข วงชุมชนให้เครื่องมือวางแผนแต่ส่งต่อความประสงค์แทนไม่ได้ วงบริการรองรับเฉพาะผู้ที่อยู่ในระบบ และวงนโยบายเพิ่งเริ่มสร้างทะเบียนรับฝากเจตนาในรูปหนังสือแสดงเจตนาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living Will) ที่ยังจำกัด นอกจากนี้ วงล้อมบริบทไทยยังปรากฏองค์ประกอบเฉพาะสองส่วน คือ ตลาดเชิงพาณิชย์ที่คัดกรองด้วยกำลังซื้อ และสถาบันศาสนาที่เป็นที่พึ่งสำรองในบางพื้นที่ ผู้ที่ทั้งไร้เครือข่ายและไร้ทุนจึงตกอยู่ในช่องว่างของทุกวงพร้อมกัน ผลการวิจัยนี้จึงเสนอให้มีการพัฒนากลไกระดับชาติเพื่อรับฝากความประสงค์การเตรียมพร้อมต่อการตายการค้นหาเชิงรุกในชุมชน และพัฒนาระบบทางเลือกการเตรียมพร้อมที่ไม่ผูกกับกำลังซื้อ โดยสรุป ปัญหาการเตรียมพร้อมต่อการตายของผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิดในสังคมไทยไม่ได้เกิดจากการขาดหน่วยงาน เครือข่าย หรือบริการรองรับ แต่เกิดจากการที่วงล้อมแห่งการดูแลแต่ละวงต่างดำเนินการของตน โดยขาดนโยบายแกนกลางที่เชื่อมทุนทางสังคมเชิงสถาบันที่มีอยู่ให้ทำงานเสริมกัน

เอกสารอ้างอิง

กมลชนก ขำสุวรรณ และภุชงค์ เสนานุช. (2565). สวัสดิการสังคมเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถผู้สูงอายุหญิงอยู่คนเดียว: ข้อค้นพบจากจังหวัดนครปฐม. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, 30(2), 1-36.

จิรพรรณ นฤภัทร. (2569). การพัฒนารูปแบบ “ชุมชนกรุณา” ในบริบทการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคองขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาชุมชนกรุณาโดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 10(1), e296682.

ฐิตินันทน์ ผิวนิล และคณะ. (2566). ทัศนคติต่อการอยู่ตัวคนเดียวและความกลัวต่อการเสียชีวิตตามลำพังของคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพมหานคร. ใน การประชุมวิชาการประชากรศาสตร์แห่งชาติ 2566 (น. 153-172). กรุงเทพฯ: สมาคมนักประชากรไทย.

_____. (2567). บทบาทการจัดการความตายให้ศพผู้ป่วยยากไร้และไร้ญาติของมูลนิธิไม่แสวงหากำไรแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 7(4), 15-28.

ดิเรก ชัยชนะ และคณะ. (2567). การศึกษาการใช้สมุดเบาใจสำหรับการวางแผนสุขภาพล่วงหน้าในชุมชน. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 3(4), 335-347.

ดิเรก ชัยชนะ. (2567). กระบวนกรชุมชน: สมรรถนะและบทบาทการขับเคลื่อนชุมชนกรุณา. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 3(4), 374-383.

พศิน สินมา และคณะ. (2568). บทบาทของพระสงฆ์ในงานสาธารณสงเคราะห์: กรณีศึกษาวัดราษฎร์ประคองธรรม. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 11(2), 20-33.

มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด และคณะ. (2565). อนาคตประเทศไทย พุทธศักราช 2585. เชียงใหม่: มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ.

วริศรา ศุภาลัยวัฒน์ และไตรรัตน์ จารุทัศน์. (2567). รูปแบบที่อยู่อาศัยชุมชนคนเกษียณอายุที่มีระบบดูแลต่อเนื่อง: กรณีศึกษาโครงการสถาบันผู้สูงอายุแมคเคนและโครงการสวางคนิเวศ. สาระศาสตร์: วารสารสถาปัตยกรรมและการออกแบบ, 7(2), 453-467.

อารีย์ พีรพรวิพุธ. (2568). ภาวะความตายอย่างโดดเดี่ยว: สื่อสารภาพสะท้อนสังคมสูงวัย. วารสารศาสตร์, 18(2), 269-315.

เอกภพ สิทธิวรรณธนะ. (2565). วงล้อมแห่งการดูแล (Circles of Care). สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2569 จากhttps://cocofoundationthailand.org/circles-of-care/.

Abel, J. et al. (2013). Circles of care: should community development redefine the practice of palliative care?. BMJ Supportive & Palliative Care, 3(4), 383-383.

Chan, H. H. & Thang, L. L. (2022). Active Aging through Later Life and Afterlife Planning: Shūkatsu in a Super-Aged Japan. Social Sciences, 11(1), 3.

Gale, N. K. et al. (2013). Using the framework method for the analysis of qualitative data in multi-disciplinary health research. BMC Medical Research Methodology, 13(1), 117.

Kellehear, A. (2020). Compassionate Cities: global significance and meaning for palliative care. Progress in Palliative Care, 28(2), 115–119.

Kelley, M. L. (2023). Developing a compassionate community: a Canadian conceptual model for community capacity development. Palliative Care and Social Practice, 17, 26323524231193040.

Kunakornvong, W. & Ngaosri, K. (2020). Public Awareness and Attitude toward Palliative Care in Thailand. Siriraj Medical Journal, 72(5), 424–430.

Mair, C. A. et al. (2023). End-of-Life Experiences Among “Kinless” Older Adults: A Nationwide Register-Based Study. Journal of Palliative Medicine, 26(8), 1056–1063.

Margolis, R. & Verdery, A. M. (2017). Older Adults Without Close Kin in the United States. The Journals of Gerontology: Series B, 72(4), 688–693.

Pewnil, T. et al. (2026). A scoping review of death preparation practices and sociocultural determinants in Thai society. Discover Social Science and Health, 6(1), 13.

Plick, N. P. et al. (2021). A national profile of kinlessness at the end of life among older adults: Findings from the Health and Retirement Study. Journal of the American Geriatrics Society, 69(8), 2143–2151.

Sallnow, L. et al. (2022). Report of the Lancet Commission on the Value of Death: bringing death back into life. The Lancet, 399(10327), 837–884.

Samutachak, B. et al. (2022). Future Scenarios for Thai Families in 2040. Nakhon Pathom: Institute for Population and Social Research, Mahidol University and National Research Council of Thailand.

Stonington, S. D. (2012). On ethical locations: The good death in Thailand, where ethics sit in places. Social Science & Medicine, 75(5), 836–844.

Verdery, A. M. et al. (2019). Kinlessness Around the World. The Journals of Gerontology: Series B, 74(8), 1394–1405.

Waldrop, D. P. (2011). Denying and Defying Death: The Culture of Dying in 21st Century America. The Gerontologist, 51(4), 571–576.

Walter, T. (2012). Why different countries manage death differently: a comparative analysis of modern urban societies. The British Journal of Sociology, 63(1), 123–145.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-25

รูปแบบการอ้างอิง

ผิวนิล ฐ. (2026). วงล้อมแห่งการดูแลเพื่อการเตรียมพร้อมต่อการตายสำหรับผู้ไร้เครือข่ายใกล้ชิดในสังคมไทย. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 9(4), 50–62. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jidir/article/view/290243