มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมตัวพระภิกษุผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดอาญา
คำสำคัญ:
มาตรการทางกฎหมาย, การควบคุมตัว, พระภิกษุ, ความผิดอาญาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษามาตรการทางกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดอาญา 2. วิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมตัวพระภิกษุที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดอาญา และ 3. เพื่อเสนอรูปแบบมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมในการควบคุมตัวพระภิกษุผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดอาญา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 รูปหรือคน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงจาก 5 กลุ่ม ได้แก่ พระสังฆาธิการ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชน กลุ่มละ 5 รูปหรือคน และการสนทนากลุ่มเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 11 รูปหรือคน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมาย พระพุทธศาสนา กระบวนการยุติธรรม และการบริหารกิจการคณะสงฆ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างและแบบสนทนากลุ่มเฉพาะ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การตีความ และการตรวจสอบสามเส้า
ผลการวิจัยพบว่า 1. มาตรการควบคุมตัวบุคคลในคดีอาญาต้องตั้งอยู่บนอำนาจตามกฎหมาย ความจำเป็น ความได้สัดส่วน และการคุ้มครองสิทธิภายใต้การตรวจสอบของศาล 2. การควบคุมตัวพระภิกษุมีลักษณะเฉพาะ เพราะกระทบทั้งเสรีภาพของบุคคล สถานะสมณเพศ ศักดิ์ศรีทางศาสนา และความเชื่อมั่นของสังคม โดยบทบัญญัติมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ยังมีช่องว่างด้านหลักเกณฑ์และกลไกตรวจสอบก่อนการสละสมณเพศ และ 3. รูปแบบมาตรการที่เหมาะสม คือ รูปแบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับพระภิกษุแบบบูรณาการ หรือ Integrated Monastic Criminal Justice Model: IMCJM ซึ่งเป็นระบบความร่วมมือระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ ประกอบด้วยการกำหนดฐานอำนาจตามกฎหมาย การคุ้มครองสถานะสมณเพศ การใช้มาตรการควบคุมตัวตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน การคุ้มครองสิทธิและกลไกตรวจสอบโดยศาลหรือคณะกรรมการร่วม
เอกสารอ้างอิง
ณรงค์ ใจหาญ. (2568). หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 16 แก้ไขเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด.
ติณเมธ วงศ์ใหญ่. (2569). ปัญหาการดำเนินอธิกรณ์ตามพระธรรมวินัยและการดำเนินกระบวนพิจารณาทางอาญากับพระสงฆ์ : กรณีศึกษาเปรียบเทียบคณะสงฆ์นิกายเถรวาท. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 9(1), 232-263.
ปัญม์ณิสาธ์ องค์ปรัชญากุล. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายทั่วไปกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505. วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย, 5(9), 78–95.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2557). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 27). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วราพงษ์ ฤทธิ์ศรี. (2562). มาตรการตามกฎหมายเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 4(4), 713-726.
วัดบวรนิเวศวิหาร. (2564). สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับการพัฒนาสยามประเทศ. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงพิมพ์สุรวัฒน์.
ศักดิ์มงคล เอื้อคณิต. (2567). การบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญา ศึกษากรณีการใช้อำนาจในการสอบสวนและการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน. วารสารนิติสาร, 1(2), 63-92.
สำราญ ย่อยไธสงค์. (2569). การใช้อำนาจรัฐกับการสละสมณเพศ กรณีต้องคดีอาญา ศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์และพัฒนาการของกฎหมาย. วารสารปัญญาปณิธาน, 9(1), 177-195.
อภิภัสร์ ปาสานะเก. (2568). กฎสามประเภทสำหรับภิกษุสงฆ์: การวิเคราะห์แนวคิดของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 3(5), 425-451.
Denzin, N. K. & Lincoln, Y. S. (2000). Handbook of Qualitative Research. Thousand Oaks, CA: Sage Publications.
Wynd, C. A. et al. (2003). Two Quantitative Approaches for Estimating Content Validity. Western Journal of Nursing Research, 25, 508-518.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


