กลไกการบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับการเป็นสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ในประเทศไทย
คำสำคัญ:
โรงเรียนผู้สูงอายุ, การบริหารจัดการภาครัฐ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลไกการบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในมิติโครงสร้างและการบริหาร กระบวนการเรียนรู้ และเครือข่ายการมีส่วนร่วมพร้อมเสนอแนวทางการยกระดับเพื่อรองรับการเป็นสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ในประเทศไทยอธิบายผ่านมุมมองทางรัฐประศาสนศาสตร์ จากการทบทวนและสังเคราะห์เอกสารพบว่ากลไกเชิงโครงสร้างและการบริหารยังเผชิญความท้าทายจากการพึ่งพิงภาวะผู้นำและขาดเสถียรภาพด้านงบประมาณจึงควรพัฒนาสู่ระบบคณะกรรมการร่วมจตุภาคีและยกร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นรองรับการดำเนินงานกลไกด้านกระบวนการเรียนรู้ส่วนใหญ่ยังเน้นกิจกรรมสันทนาการและอาจเผชิญปัญหาจากวิทยากรอาสาสมัครจึงเสนอให้ปรับหลักสูตรเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เน้นทักษะดิจิทัลและความรอบรู้ด้านสุขภาพ พร้อมจัดทำระบบบริหารทุนทางปัญญาเชิงรุกและร่วมทำงานกับสถาบันอุดมศึกษา สำหรับกลไกเครือข่ายและการมีส่วนร่วมพบว่าความร่วมมือยังเป็นไปตามกิจกรรมและผู้สูงอายุมีสถานะเป็นเพียงผู้รับบริการ อปท.จึงควรเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกและเชื่อมโยงเครือข่ายผลักดันผู้สูงอายุกลุ่มพฤฒพลังให้เป็นผู้ร่วมผลิตบริการสาธารณะ
ที่ร่วมตัดสินใจกำหนดทิศทางโรงเรียน พร้อมกับสร้างกลไกการคลังท้องถิ่นรูปแบบใหม่เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ สรุปได้ว่าการดำเนินงานของโรงเรียนผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับยุคสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์คือการปรับเปลี่ยนไปสู่การบริหารจัดการเชิงเครือข่ายที่เป็นระบบเพื่อดึงทุนทางสังคมและทุนทางปัญญามาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถิติโรงเรียนผู้สูงอายุและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ. สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=14&id=2545.
______. (2568). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
______. (2569). ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ เรื่อง การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.dop.go.th/thai/news/1/6263.
บรรเจิด สิงคะเนติ และคณะ. (2562). บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทศวรรษหน้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
ประเวศ เวชชะ และคณะ. (2563). แนวทางการจัดกิจกรรมและการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุที่มีผลการปฏิบัติเป็นเลิศ วัดหัวฝาย อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 14(4), 14–24.
ปิยากร หวังมหาพร. (2564). การจัดบริการสาธารณะแบบร่วมผลิต: กรณีการดูแลผู้สูงอายุผ่านอาสาสมัคร. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
พัชรินทร์ เลี่ยมอยู่ และคณะ. (2566). ข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารราชพฤกษ์, 21(2), 112-127.
มนตรี คำวัน. (2568). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 7(2), 72–87.
มิ่งขวัญ คงเจริญ และกัมปนาท บริบูรณ์. (2564). การพัฒนารูปแบบโรงเรียนผู้สูงอายุโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 22(1). 135-149.
มิ่งขวัญ คงเจริญ. (2563). โรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบพึ่งตนเอง คำตอบของสังคมสูงอายุในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรรณลักษณ์ เมียนเกิด และคณะ. (ม.ป.ป.). คู่มือการจัดตั้งและบริหารงานโรงเรียนผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรรณลักษณ์ เมียนเกิด และสิริยา รัตนช่วย. (2562). การส่งเสริมการพัฒนาและติดตามการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 7(6), 1635–1651.
วสันต์ เหลืองประภัสร์ และชาย ไชยชิต. (2561). การอภิบาลโดยเครือข่าย (Network Governance) : กรอบแนวคิดและมิติการวิเคราะห์. วารสารรัฐศาสตร์นิเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 4(1-2), 69-108.
วิชุลดา มาตันบุญ. (2566). การพัฒนาการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 18(2), 107–119.
วีระศักดิ์ สมยานะ และกมลทิพย์ คำใจ. (2564). การบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือ. สักทอง: วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 27(3), 34-47.
ศรันย์ดิษฐ์ เบญจพงศ์. (2569). “เกิดน้อย สังคมสูงวัย”: โอกาสและความท้าทายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 9(3), 255–265.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร และคณะ. (2560). โครงการวิจัยเรื่อง “การถอดบทเรียนตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนและชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้”. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 จาก https://thaitgri.org/?p=37914.
_____. (2565). แนวทางการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุและชุดความรู้ที่มุ่งสู่ภาวะการสูงวัยอย่างมีพลัง. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 จาก https://thaitgri.org/?p=40573.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร และณัฏฐพัชร สโรบล. (2568). เอกสารวิชาการเรื่อง บทบาทที่พึงประสงค์ของท้องถิ่นต่อการจัดบริการสาธารณะสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนภายใต้แนวคิดการสูงวัยในถิ่นที่อยู่. กรุงเทพฯ: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร. (2567). โรงเรียนผู้สูงอายุ: แหล่งเสริมสร้างศักยภาพผู้สูงอายุอย่างบูรณาการ. ใน ภูษิต ประคองสาย (บ.ก.), Aging Focus: จับตาสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ฉบับที่ 3 (น. 5–9). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
ศิริมา ทองสว่าง และคณะ. (2567). การปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 22(1), 64-87.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2569). สถานการณ์ประชากรไทยปี 2569 “พลิกวิกฤตเกิดน้อย-สังคมสูงวัย” (เอกสารวิชาการ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล หมายเลข 612). นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมศักดิ์ ศรีสันติสุข และคณะ. (2566). องค์ประกอบเครือข่ายความร่วมมือของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 23(1), 31–46.
สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์ และคณะ. (2566). การนำนโยบายโรงเรียนผู้สูงอายุเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปปฏิบัติในพื้นที่ภาคใต้. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 5(2), 29–43.
Ansell, C. & Gash, A. (2008). Collaborative Governance in Theory and Practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


